ำออกมาจัดแสดง ก็เพียงเพราะว่าเป็นคำขอของจั่วม่อเท่านั้น
“นี่ไม่นับเป็นอะไรได้” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนกล่าวอย่างยิ้มแย้มจากนั้นลดเสียงกล่าวซ่อนความนัย “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ทราบว่าศาลาสมบัติหายากเราจะเป็นสหายของท่านปรมาจารย์เสมอ”
เมื่อได้รับคำขอของจั่วม่อ มันอดไม่ได้ต้องแตกตื่นสุดระงับ แต่หลังจากขบคิดใคร่ครวญก็ตัดสินใจทันที แม้ว่ามันจะไม่ล่วงรู้จิตเจตนาแท้จริงของปรมาจารย์ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นโอกาสอันดีงามที่สุดในการเพาะสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น
จั่วม่อยิ้มรับ ชูถ้วยสุราให้แก่ฝ่ายตรงข้าม “เชิญ!”
“เชิญ!” พ่อบ้านปิศาจวัยกลางคนตอบสนองด้วยการชูจอกสุราด้วยสีหน้าปิติยินดี การที่ปรมาจารย์ผู้หนึ่งยินยอมติดหนี้บุญคุณมัน หาใช่เรื่องธรรมดาสามัญไม่
ทังเฉินซึ่งอยู่ไม่ห่างออกไปนักบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่แทบมองไม่เห็นวูบหนึ่ง ทันใดนั้นบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเดินเข้ามากระซิบเสียงเบาต่าที่ริมหูมัน ทังเฉินพยักหน้ารับรู้
มันผุดลุกขึ้นยืนโดยพลัน ยกสองมือขึ้น กล่าวด้วยสุ้มเสียงดังกังวาน“ท่านทั้งหลาย!”
ทั่วตำหนักเงียบกริบลงในบัดดล สายตาทุกคู่หันมาจ้องมองทังเฉินเป็นตาเดียว ทังเฉินผู้นี้ถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในเมืองปู้โจวเพียงกล่าววาจาไม่กี่คำ อาจส่งผลกระทบต่อเมืองปู้โจวอย่างรุนแรง
ทังเฉินยิ้มอย่างกว้างขวาง “วันนี้นับเป็นวันดีโดยแท้ ไม่เพียงมิตรสหายมากันพร้อมหน้า กระทั่งอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติย