้วว่าเป็นศาสตรามารปฐพีเล่มหนึ่ง แต่มือเห็นกับตา ถืออยู่กับมือ นางยังคงตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก นางยกขึ้นกวัดแกว่งสองสามรอบแล้วโห่ร้องชมเชย “ศาสตรามารอันยอดเยี่ยม! มิทราบขนานนามว่าอะไร?”
ฮวาหรูไห่ผู้นั้นจ้องมองหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงในมือเขิงเหลียนเอ๋อร์ด้วยดวงตาลุกวาว น้าลายแทบไหลหยดย้อยลงมา
“หอกอสรพิษฟ้าสิบแปลง” จั่วม่อตอบอย่างยิ้มแย้ม ร่างผ่อนคลายลง
“นามอันประเสริฐ!” เขิงเหลียนเอ๋อร์เผยรอยยิ้มเบิกบานใจ จากนั้นยื่นส่งศาสตรามารเล่มใหม่คืนให้แก่จั่วม่อ
จั่วม่อทันใดนั้นค่อยพบว่าสายตานับไม่ถ้วนล้วนจับจ้องมาที่มันเป็นตาเดียว ต้องแปลกใจอยู่บ้าง มันเงยหน้าขึ้นมอง เห็นผู้คนมากมายล่องลอยอยู่เหนือแม่น้านรกใต้พิภพและบริเวณโดยรอบบ่อศาสตรามารทั้งหลาย
นี่มัน… …
จั่วม่อยังไม่ทันจะได้ตอบสนอง ทั่วบริเวณคล้ายเดือดพล่านขึ้นมาในบัดดล
คนเหล่านี้จู่ ๆ โถมทะยานมาทางนี้ราวกับเสียสติ พวกมันแย่งชิงกันเสนอหน้าเป็นคนแรกด้วยสีหน้าตื่นเต้นระทึกใจ เสียงกู่ร้องตะโกนถาโถมเข้ามาพร้อมกันดุจคลื่นยักษ์ลูกมหึมา
“ท่านปรมาจารย์! ท่านปรมาจารย์!”
“ท่านปรมาจารย์ โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย! โปรดรับข้าเป็นศิษย์ด้วย!”
ฉากเบื้องหน้านี้โกลาหลอลหม่านสุดจะบรรยาย