เมื่อใดก็ตามที่มันได้เรียนรู้เข้าใจสิ่งใหม่ ๆ มันจะจัดเรียงและแบ่งปันกับค่ายจินวูโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
มันเพียงต้องการให้การสนับสนุนเล็ก ๆ น้อย ๆ แก่อาณาจักรทะเลเมฆ
หลังจากเสร็จสิ้นธุระเหล่านี้ จั่วม่อก็ถือหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงเดินออกจากบริเวณบ่อศาสตรามาร
เพิ่งจะเดินออกมา มันเห็นบุรุษประหลาดผู้หนึ่งกำลังเพียรประจบประแจงเขิงเหลียนเอ๋อร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
เขิงเหลียนเอ๋อร์พอเห็นจั่วม่อ ดวงตาคู่งามก็เป็นประกาย ทันใดนั้นหางตาเห็นร่างหนึ่งพุ่งวาบเข้ามา เป็นอากุ่ยปรากฏตัวขึ้นข้างตัวจั่วม่ออย่างฉับพลัน จั่วม่อลูบศีรษะอากุ่ยอย่างรักใคร่ กล่าวด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยนว่า “ลำบากอากุ่ยแล้ว”
อากุ่ยสีหน้ายังคงแข็งทื่อดุจท่อนไม้
จั่วม่อหันไปมองเขิงเหลียนเอ๋อร์ และคนประหลาดนามฮวาหรูไห่ที่อยู่ไม่ห่างจากนางด้วยสายตาฉงนสนเท่ห์
“คนผู้นี้ลอบเข้ามาด้อม ๆ มอง ๆ พวกเราจับมันได้” เขิงเหลียนเอ๋อร์กล่าวด้วยรอยยิ้มพริ้มพราย สายตาของนางจับแน่นอยู่ที่หอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงไม่คลาดคลา
จั่วม่อยื่นส่งหอกอสรพิษฟ้าสิบแปลงให้แก่นาง
เมื่อศาสตรามารเล่มใหม่เข้ามาอยู่มือ เขิงเหลียนเอ๋อร์อดโห่ร้องออกมาไม่ได้ “ศาสตรามารปฐพี!”
นางถือครองกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียว คุ้นชินกับศาสตรามารปฐพีเป็นอย่างดี เมื่อศาสตรามารเข้ามาอยู่ในมือ นางก็สามารถประเมินได้อย่างถูกต้องแม่นยำทันที แม้ว่าลำพังกลิ่นอายสภาวะที่สำแดงออกมาในทีแรกนางก็ล่วงรู้แล