า มันหมุนตัวสะบัดแขนเสื้อ เดินส่ายอาด ๆ ออกจากทะเลแห่งจิตสำนึกไปโดยไม่เสียเวลากล่าวคำใดอีก
ด้านหลังมัน เว่ยกำลังปาดเหงื่อเย็นบนใบหน้า เกือบไปแล้ว ผู้คนช่างหลงลืมตัวได้ง่ายดายจริง ๆ… …ผูเยาเดินออกมาจากกองเพลิงด้วยสีหน้าสมน้าหน้า
จั่วม่อพอออกจากทะเลแห่งจิตสำนึก ต้องครุ่นคิดใคร่ครวญให้ถี่ถ้วน
การที่ต้องสูญเสียพลังฝีมือทั้งหมดเป็นเวลาหนึ่งวันในแต่ละเดือนเพื่อแลกกับความสามารถในการฝึกฝนเวทวิชาเพิ่มขึ้นสามเท่า นับเป็นการค้าที่ได้กำไรดีงาม แต่นี่ก็กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ซ่อนเร้น หากมันต้องเผชิญกับอันตรายในวันที่สูญเสียพลังฝีมือทั้งหมด เช่นนั้นก็จบสิ้นแล้ว
ดูเหมือนว่ามันต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าที่เหมาะสม
แม้ว่าคำสัตย์สาบานจะสร้างจุดอ่อนแฝงเร้นให้แก่มัน จั่วม่อก็ยังคงพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ความสามารถในการฝึกฝนเพิ่มขึ้นสามเท่า นั่นหมายความว่าเวลาในการฝึกปรือของมันสมควรหดสั้นลงสองสามเท่าด้วย
ภายในลานบ้าน จั่วม่อเริ่มฝึกฝนเวทวิชาทันที
มันกำลังร่ายกระบวนท่าดรรชนี ‘เวทวิชาดรรชนีน้าวเกาทัณฑ์’ นี่เป็นเวทวิชาดรรชนีที่ทั้งลึกซึ้งและซับซ้อนยิ่ง มีต้นกำเนิดมาจากกระบวนท่าดรรชนีอันผิดแผกแตกต่างหลายกระบวน คิดค้นขึ้นโดยสำนักจากยุคก่อน
มหาสงครามพันปี เป็นวิชาสร้างชื่อของสำนักที่ว่านั้นเอง ในยุคปัจจุบันเวทวิชาดรรชนีระดับสูงมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย ที่หลงเหลือก็มีเพียงเคล็ดวิชาอันหยาบกระด้างเช่นเคล็ดเมฆฝนหล่นริน