ยังเป็นขุมกำลังอันแกร่งกร้าวเกรียงไกรที่สุดในแดนปิศาจแต่บัดนี้กลับไม่ใช่แล้ว
วิหารเทพปิศาจนับเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในยามนี้!
“ไม่มีขอรับ” จี้ซีสั่นศีรษะ “มันคล้ายหายสาบสูญไปอย่างกะทันหันเท่าที่เราสืบเสาะมาได้ ขบวนผู้อาวุโสวัดเสวียนคงมาครั้งนี้เพื่อคร่ากุมตัวเซี่ยวม่อเกอ สามผู้อาวุโสตายใต้เงื้อมมือของพวกเซี่ยวม่อเกอ แต่แล้วระหว่างการไล่ล่าติดพัน คนจากวิหารเทพปิศาจพลันปรากฏตัวออกมา ที่น่าแปลกคือวิหารเทพปิศาจกับเซี่ยวม่อเกอกลับไม่ลงมือต่อกัน”
จี้เหิงมีสีหน้าครุ่นคิด ชั่วอึดใจหนึ่ง ค่อยเงยหน้ากล่าวว่า “มุ่งเน้นไปที่เซี่ยวม่อเกอให้มาก พลังเทพของมันแม้ไม่ร้ายกาจเท่าวิหารเทพปิศาจ แต่มันไม่มีวิหารเทพ ดังนั้นสมควรฝึกปรือพลังเทพด้วยวิธีการอื่น”
“ขอรับ!” จี้ซีรับคำ จากนั้นออกจากห้องไป
จี้เหิงจมลงไปในภวังค์ความคิด หลายอึดใจให้หลังค่อยผุดลุกขึ้น เปิดประตูออกจากห้อง พลิ้วกายขึ้นกลางอากาศ
ไม่นานหลังจากนั้น มันมาถึงหุบเขาที่อำพรางไว้เป็นอย่างดีแห่งหนึ่งรอบบริเวณอยู่ภายใต้การคุ้มกันอย่างแน่นหนา
มันคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มาก ลึกเข้าไปในหุบเขา เห็นวิหารเทพหลังหนึ่งตั้งเด่นเป็นสง่า
วิหารเทพหลังนั้นแม้เห็นได้ว่ายังคงไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่แท่นบวงสรวงและตัววิหารหลักเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เพิ่งจะก่อสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ อย่างน้อยสมควรกินเวลาเป็นสิบปี จี้เหิงเดินเข้าไปยังใจกลางแ