ท่นบวงสรวงอย่างเชื่องช้า จากนั้นกางสองแขนแผ่กว้างความรู้สึกแปลกพิสดารชนิดหนึ่งผุดพลุ่งขึ้น
ไม่มีผู้ใดทราบว่านับตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน มันก็เริ่มศึกษาค้นคว้าเรื่องพลังเทพแล้ว
แต่สิบปีมานี้ ความก้าวหน้าของมันเชื่องช้ายิ่ง กล่าวถึงพลังเทพนับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สุดในยุคนี้ เพื่อรักษาความลับเอาไว้ มันไม่เคยแพร่งพรายเรื่องวิหารเทพออกไป
แต่ที่แท้นั่นกลับเป็นข้อผิดพลาด การปรากฏขึ้นอย่างฉับพลันทันใดของวิหารเทพปิศาจ ราวกับหวดฟาดใส่กลางแสกหน้ามันอย่างถนัดถนี่
ที่แท้สิ่งสำคัญที่สุดก็คือศรัทธาความเชื่อจากผู้คน!
ดวงตาเย็นชาของมันทอประกายเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ คล้ายเพิ่งทำการตัดสินใจเสี่ยงอันตรายประการหนึ่ง
ขณะที่จั่วม่อโหมฝึกปรือไม่เคยหยุดหย่อน ระดับฝีมือทางเวทวิชาของมันก็รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ในหมู่พลังทั้งสามนับพลังปราณของมัน
อ่อนด้อยที่สุด เมื่อพลังปราณรุดหน้าไปส่วนหนึ่ง ฝีมือในการควบคุมบังคับใช้พลังเทพของจั่วม่อก็เพิ่มพูนขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
หากจำแนกตามวิธีการจัดหมวดหมู่แบบใหม่ของผูเยา ฝีมือสังขารปิศาจของมันแทบบรรลุถึงชั้นหนึ่ง ศาสตร์อสูรของมันจัดอยู่ชั้นสอง ส่วนระดับฝีมือทางเวทวิชาที่อ่อนด้อยที่สุด แม้ว่าจะโหมฝึกปรืออย่างบ้าคลั่งแต่เพิ่งบรรลุถึงชั้นสามเท่านั้น
ดังนั้นผูเยาตัดสินว่าฝีมือการควบคุมพลังเทพของจั่วม่อจัดอยู่ชั้นสามด้วย สาเหตุสำคัญที่สุดก็คือฝีมือทางเวทวิชาของมันเป็นตัวถ่วงฝีมือโดยรวมทั