้งหมด
และหากจะหาคนมาเปรียบเทียบให้เห็นได้ชัดเจน ตัวอย่างที่ดีที่สุดก็คือเทพปิศาจแรดที่มันเคยเผชิญ ผูเยาประเมินว่าเทพปิศาจตนนั้นมีระดับพลังเทพอยู่ในด่านปฐพี และมีฝีมือเทพวิชาอยู่ในชั้นหนึ่ง!
สามารถเห็นได้ว่าความห่างชั้นของพวกมันนั้นกว้างใหญ่ไพศาลปานใด นี่ไม่เพียงแต่เป็นความห่างชั้นทางพลังฝึกปรือของพลังเทพ แต่กระทั่งด้านเทพวิชาก็ห่างไกลกันสุดกู่
แต่นี่ไม่ได้ทำให้จั่วม่อท้อแท้หดหู่ ตรงกันข้ามกลับยิ่งเต็มไปด้วยขวัญกำลังใจ
พลังเทพภายในร่างกายมันเติบโตกล้าแข็งขึ้นทุกวัน ฝีมือทางเทพวิชาก็รุดหน้าไม่เว้นแต่ละวัน มือขวาของมันยังให้กำเนิดพลังเทพอย่างไม่รู้จักหมดสิ้น ประหนึ่งว่ามันมีเสินจิงตามธรรมชาติอยู่ในร่างกาย นับเป็นข้อได้เปรียบที่ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน
สำหรับด้านฝีมือเทพวิชา ผูเยาได้จัดเตรียมรายการให้แก่มันแล้ว ขอเพียงมันสามารถฝึกปรือเวทวิชาอันน่าสะพรึงกลัวเหล่านี้ได้จนช่าชองชำนาญ มันเชื่อมั่นว่าจะสามารถพิชิตพลังเทพได้ในที่สุด
ในแบบจำลองที่ผูเยาสร้างขึ้น หากเทพวิชาของจั่วม่อสามารถบรรลุถึงชั้นหนึ่ง และพลังเทพของมันบรรลุถึงด่านมนุษย์ขั้นกลาง หรือมิฉะนั้นหากฝีมือเทพวิชาของมันบรรลุถึงชั้นสอง และพลังเทพอยู่ในด่านมนุษย์ขั้นสุดท้าย ถึงยามนั้นต่อให้ไม่ใช้ถ้วยวิเศษของเสี่ยวม่อ มันยังคงสามารถต่อกรกับจอมปิศาจด่านไสว้ได้โดยไม่เพลี่ยงพล้า
จั่วม่อไม่มีความสนใจในระดับพลังด่านไสว้
แต่มันลุ่มหลงงมงายอยู่กั