ซึ่งความจริงทรัพย์สินที่ลอกคราบมาจากคนเหล่านี้ จั่วม่อไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย สิ่งที่มันต้องการคือหวนกลับไปลิ้มรสความรู้สึกเมื่อครั้งที่ยังอยู่บนภูเขาสุญตาเสียมากกว่า แน่นอนว่ากาลเวลาผันผ่านเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันได้แต่ทอดถอนอย่างหวนหาอาวรณ์อยู่บ้างครั้งหนึ่งอาศัยเพียงจิงสือไม่กี่ชิ้น ก็สามารถทำให้มันอิ่มเอมใจไปเป็นนานหลายวัน ความสุขซึ่งปราศจากสิ่งเจือปนนั้น กลับกลายเป็นเพียงความทรงจำอันสวยสดงดงามซึ่งผ่านล่วงไปนานแล้ว
จั่วม่อหลังจากทอดถอนปลงอนิจจัง ก็เตรียมจะกลับเข้าไปในบ้าน แต่กลับถูกใครบางคนเรียกรั้งเอาไว้
“ต้าเหริน ขอบังอาจเรียนถาม ขวานภูตโลหิตเล่มนั้นมิทราบว่าขายหรือไม่?”
ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งก้าวล้าออกมาจากฝูงชน จ้องมองจั่วม่อด้วยสายตาร้อนผ่าว
1 ผลึกเทวะ
จัวม่อชะงักกึก หันกลับไปมองดูผู้กล่าวาจาแวบหนึง แล้วพลันกระจ่างแจ้งทันที ปิศาจหนุ่มผู้นี้มีพลังฝึกปรืออยู่ในด่านถงหลิ่ง ทั้งยังกำยำล่าสัน ดูแกร่งกร้าวทรงพลังไม่น้อย นับว่าเหมาะเจาะพอดีกับศาสตรามารที่ปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง ศาสตรามารในมือจั่วม่อส่วนมากได้มาจากบรรดายอดฝีมือใต้ร่มธงของอวี่ไสว้ ส่วนใหญ่ล้วนเป็นศาสตรามารด่านเจียงทั้งสิ้น แต่ในบรรดาศาสตรามารเหล่านั้น ยังมีศาสตรามารด่านถงหลิ่งซึ่งเลิศพิสดารอยู่หลายชิ้น
แน่นอนว่าศาสตรามารด่านถงหลิ่งเหล่านี้ไม่ค่อยมีคุณประโยชน์อันใดต่อจั่วม่อนัก แต่มันเองก็มีม๋อเป้ยอยู่มากมายแ