ับขนมเปี๊ยะ เขิงเหลียนเอ๋อร์มีสีหน้าตื่นตะลึง ก้อนหินยิ่งถูกเฉือนเล็กลง ความประหลาดใจของนางยิ่งเพิ่มพูน อากุ่ยเองก็สัมผัสได้ถึงพลังเทพ ต้องขยับกายเข้ามาเพ่งพิศดูก้อนหินในมือจั่วม่อโดยไม่รู้ตัว
พลังเทพ!
ก้อนหินนี้เก็บกักพลังเทพเอาไว้จริง ๆ!
การตัดเฉือนของจั่วม่อชะลอช้าลง เห็นได้ชัดว่ามันต้องใช้ความพยายามควบคุมกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวอย่างกินแรงอยู่บ้าง ยิ่งเฉือนลึกลงไปเท่าใด พลังเทพที่ประจุอยู่ในชั้นหินยิ่งหนาแน่นเข้มข้นขึ้นเท่านั้น ก้อนหินก็ยิ่งแข็งแกร่งทนทานขึ้นกว่าเดิม จั่วม่อถึงกับต้องโคจรพลังเทพเข้าหนุนเสริม เพื่อที่จะตัดเฉือนลึกลงไปอีก
และยิ่งตัดลึกลงไป สีเลือดก็ยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ
จั่วม่อในที่สุดก็ตัดเฉือนส่วนสุดท้ายของผิวหน้าก้อนหินออกไปจนหมด เห็นลูกบาศก์สีแดงพิสุทธิ์กระจ่างจ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งสาม
เสินจิง! (ผลึกเทวะ)
ชั่วพริบตานั้น จั่วม่อกับเขิงเหลียนเอ๋อร์แทบจะหยุดหายใจโดยพร้อมเพรียง
เสินจิงก้อนนั้นมีขนาดเท่าผลเหอเถา เป็นสีแดงสดทั้งก้อน กระจ่างใสและเป็นประกายแวววาม หมดจดงดงามยิ่ง สิ่งที่ชวนลุ่มหลงงมงายยิ่งไป
กว่านั้น คือคลื่นพลังเทพที่แผ่ซ่านออกมาเป็นระลอก ทั้งพิสุทธิ์และนุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก เอ่อท้นไปทั้งลานบ้าน หากมิใช่ว่ามีอาคมหวงห้ามที่จั่วม่อจัดตั้งเอาไว้ล่วงหน้า ทุกผู้คนบนฉลามเวหาจะต้องถูกคลื่นพลังเทพนี้สะกิดความสนใจอย่างแน่นอน
“ที่แท้ในโลกนี้มีเสินจิงอยู่จริง ๆ…