ๆ น้อย ๆ เท่านั้น แต่หากอีกฝ่ายยังไม่รู้ดีรู้ชั่ว กลับมารังควานหาเรื่องมันอีก มันก็ไม่รังเกียจที่จะมอบบทเรียนให้แก่ตระกูลจี้แห่งอาณาจักรเวิ้งฟ้าอย่างสาสม
ในไม่ช้า หัวหน้านักบู๊องครักษ์ก็ได้รับทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดจากคนในเหตุการณ์ สายตาที่มองไปยังจั่วม่อกลับกลายเป็นทั้งนับถือเลื่อมใส ทั้งครั่นคร้ามยำเกรง
การค้าของจั่วม่อจบลงอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของมันช่าชองชำนาญ จิตสำนึกของมันยังสามารถกวาดผ่านสิ่งของทั้งหมดแทบจะในทันทีที่ผู้อื่นนำออกมา หากมีสิ่งใดน่าสนใจ มันจะค้นพบในบัดดล
วันนี้มันเก็บเกี่ยวได้ของดีหลายชิ้น ดังนั้นอารมณ์เบิกบานใจไม่น้อย
แต่จะให้เสียเวลาฝึกปรืออันล้าค่าของมันไปมากกว่านี้ก็ไม่คู่ควรแล้วมันบอกเลิกการค้าขาย หมุนตัวกลับเข้าไปในลานบ้าน เพิกเฉยต้องเสียงร้องเรียกของเหล่าผู้โดยสารที่ติดตามมาทางด้านหลังของมัน
หัวหน้านักบู๊พิทักษ์ฉลามเวหาอ้าปากอึกอัก แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา
เมื่อกลับเข้าไปในลานบ้าน จั่วม่อก่อตั้งอาคมหวงห้ามชุดใหญ่ในทันที
จากนั้นค่อยนำก้อนหินที่มีลายโลหิตออกมา เงยหน้าขึ้นกล่าวต่อเขิงเหลียนเอ๋อร์ผู้กำลังจ้องมองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น “ขอยืมกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวให้ข้าสักครู่”
เขิงเหลียนเอ๋อร์รีบส่งกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียวให้แต่โดยดี
จั่วม่อถือกระบี่ลิ้นปลาหลีเขียว เริ่มเฉือนผิวหน้าของก้อนหินอย่างเบามือ
ก้อนหินถูกตัดเฉือนออกมาชิ้นแล้วชิ้นเล่าราวก