ฝืนยิ้มขมขื่น เรื่องนี้เมื่อเกิดขึ้นบนฉลามเวหาที่มันดูแล เกรงว่ายากจะหนีความรับผิดชอบแล้ว
อย่างไรก็ตาม มันไม่คิดออกหน้าทวงถามความยุติธรรมให้แก่นายน้อยจี้ในทันที มันเมื่อสามารถฝ่าฟันมาถึงระดับชั้นนี้ย่อมมีประสบการณ์โชกโชน มันทราบดีว่าผู้ที่กล้าลงมือกระทำเช่นนี้ต่อนายน้อยจี้แห่งอาณาจักรเวิ้งฟ้าและบริวาร หากมิใช่ว่าตนเองมีพลังฝีมือแกร่งกร้าวเกรียงไกร ก็ต้องมีฉากหลังอันยิ่งใหญ่ ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรคนผู้นี้ก็มิใช่ผู้ที่มันสมควรไปตอแยด้วย
แต่ครั้นจะปล่อยให้กลุ่มของนายน้อยจี้นอนกางแขนกางขาล่อนจ้อนอยู่บนท้องถนน ก็เกรงว่าจะไม่ดีนัก จึงได้แต่กัดฟัน กล่าวว่า “หาเสื้อผ้ามาคลุมให้พวกมันก่อน”
นักบู๊อารักขาฉลามเวหาบางคนถอดเสื้อชั้นนอกของตนออกมา คลุมร่างของเหล่าคนตระกูลจี้อย่างลวก ๆ
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดลงมือขัดขวาง หัวหน้านักบู๊รักษาการณ์ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก ซึ่งความจริงการหาผ้าผ่อนปิดกายให้แก่นายน้อยจี้เป็นการทดลองหยั่งดูจิตเจตนาของต้าเหรินท่านนี้ เมื่อผู้อื่นไม่ได้ห้ามปรามมัน หมายความว่าไม่คิดสืบสาวราวเรื่องอีก จึงหันไปสั่งการว่า“ประคองพวกมันกลับไปยังห้องหับ”
ซึ่งความจริง หาได้มีผู้ใดให้ความสนใจกับการกระทำของเหล่านักบู๊พิทักษ์ฉลามเวหาไม่ ทุกผู้คนล้วนตื่นเต้นกระตือรือร้นต่อการแลกเปลี่ยนกับจั่วม่อ แน่นอนว่าจั่วม่อล่วงรู้การเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่คร้านจะแยแสสนใจ สำหรับมันนี่เป็นเพียงการลงโทษเล็ก