งเจ๋อเบ้ปาก
“นี่ไม่ค่อยดีเท่าไร… …” หนานเยว่ต้องการใช้การสู้รบขัดเกลาศาสตร์อสูรของนาง
ฟังวาจาของคนรอบกาย ความคิดที่จะขอเปลี่ยนไปเป็นหัวหน้าหน่วยทัพอื่นของซู่หลง ยิ่งรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ในเวลานี้เอง เสียงกรีดร้องคำรามของอสูรผมส้มดังก้องไปทั่วสมรภูมิ
“เฮ้ เฮ้ เฮ้ อย่าแย่งชิงเหยื่อของข้าได้หรือไม่… …”
สิ่งที่ตอบวาจามันเป็นเสียงตวาดอย่างเกรี้ยวกราดของอาเหวิน “ฆ่า!”
“ฆ่า!” “ฆ่า!” “ฆ่า!” “ฆ่า!” … …
“ของข้า!” “ของข้า!” “ของข้า!”
หนานเยว่กับพวกทั้งหลายที่ด้านข้าง พอเห็นเช่นนี้ก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์อย่างออกรส
“คราวนี้ผู้ใดจะเป็นผู้ชนะ?” หมิงเจวี๋ยจื่อเหลือบมองสหาย พลางเอ่ยปากเป็นคนแรก
“เสมอกัน” คังเจ๋อตอบโดยไม่ต้องคิด
“เสมอกัน” หนานเยว่จ้องมองไปยังวงต่อสู้ ชมดูการต่อสู้ของสหายทั้งสองอย่างนับถือเลื่อมใส
“เสมอกัน” เสียงของอสูรควันดำดังเอื่อย ๆ ออกมาจากกลุ่มควัน
หมิงเจวี๋ยจื่อทอดถอนใจ “ข้าเองก็รู้สึกว่าจะเสมอกันอีกครั้ง แต่นี่พวกเจ้าไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อหรอกหรือ?”
ทุกผู้คนสบตากันวูบ
“ขอย้ายหน่วย” คังเจ๋อเสนอ
“ขอย้ายหน่วย” หนานเยวี่ยรีบตอบรับเป็นคนแรก
“ขอย้ายหน่วย” สุ้มเสียงหดหู่ของอสูรควันดำดังมาจากในกลุ่มควัน
ซู่หลงผู้ปิดปากเงียบที่ด้านข้าง ในที่สุดก็อดรนทนไม่ได้ “ขอย้ายหน่วย!”
น้าเสียงของทุกคนแม้รวบรัดชัดเจน แต่ในดวงตาอดทอแววนับถือเลื่อมใสออกมาไม่ได้ อสูรผมส้มและอาเหวินเลิศล้ายิ่ง คนทั้งสองหลัง