้ายหยอกล้อปั่นหัวพวกมันเล่น จั่วม่อกลับลอบวางแผนจัดการกับพวกมันไว้แล้ว
ชนชั้นฝ่านซูมีพลังน่าสะพรึงกลัวยิ่ง แต่ชนชั้นฝ่านซูที่บาดเจ็บหนักสองคน ในสายตาของคางคกเช่นจั่วม่อ พวกมันไม่ต่างอันใดกับหงส์ปีกหักสองตัว มันเฝ้ามองจนน้าลายไหลย้อยมานานแล้ว หลังจากคอยหยอกล้อปั่นหัวพวกมันซ้า ๆ จั่วม่อมีความเข้าใจต่อคนทั้งสองโดยคร่าว ๆ
คางคกที่ไม่ต้องการกินเนื้อหงส์ไม่ใช่คางคกที่ดี ส่วนคางคกที่พบหงส์ปีกหักสองตัวแต่ปล่อยให้หลุดรอดไปได้ นั่นไม่ใช่คางคกแล้ว แต่เป็นคนปัญญาอ่อน
จั่วม่อย่อมไม่ใช่คนปัญญาอ่อน ในใจลอบกำหนดแผนการอยู่ตลอดเวลา
พวกมันหากสามารถสังหารฝ่ายได้คนหนึ่ง อีกคนหนึ่งจะต้องหลบหนีไปอย่างแน่นอน ภัยร้ายจะเบาบางลงทันที มิหนำซ้าพอคิดถึงความมั่งคั่งร่ารวยที่ชนชั้นฝ่านซูผู้หนึ่งจะพึงมี จั่วม่อถึงกับใจสั่นหวั่นไหวขึ้นมาทันควัน
การหยอกล้อปั่นหัวของจั่วม่อเป็นความจงใจประการหนึ่ง มันราวกับนายพรานผู้โชกโชน กระทำการที่ไม่มีอันตรายซ้า ๆ ซาก ๆ เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อตายใจ
แผนการของมันจนถึงยามนี้ยังเป็นไปอย่างราบรื่น จี้เจิ้งกับไต้เทาเห็นได้ชัดว่าผ่อนคลายการระวังตัวลงกว่าเดิม
วันน็ก็เหมือนเช่นเคย จั่วม่อเริ่มลงมือหยอกล้อพวกมันอีกครั้ง
ผู้ที่รับมือกับจั่วม่อคือจี้เจิ้ง อย่างไรก็ตาม มหาสมณะผู้นี้ไม่ค่อยคึกคักกระตือรือร้นเหมือนเมื่อสองสามวันก่อนอีกแล้ว และเนื่องเพราะการต่อสู้หักหาญอย่างไม่หยุดหย่อนติดต่อกันหลา