ารถรุดหน้าก้าวไกลภายในวันเดียวได้ อำนาจคุกคามที่มีต่อสองยอดยุทธ์ด่านฝ่านซูก็นับว่ามีจำกัดยิ่ง
มันไม่อาจก่อเกิดอันตรายที่แท้จริงต่อจี้เจิ้งกับไต้เทาได้ แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองก็ไม่สามารถคุกคามจั่วม่อได้เช่นกัน
สองยอดยุทธ์รู้สึกทรมาทรกรรมยิ่ง พวกมันแทบจะเฝ้านับเวลาแต่ละอึดใจให้ผ่านไปโดยไว พยายามปลุกปลอบใจตัวเองให้อดทนให้ได้
เมื่อพลังเวทวิชาของจั่วม่ออ่อนโทรมลง พลังปราณของมันเริ่มเผยให้เห็นสัญญานของการหมดสิ้นอย่างชัดเจน คนทั้งสองแทบหลั่งน้าตาแห่งความปลาบปลื้ม
ไม่จำเป็นต้องกล่าวคำใดแก่กัน คนทั้งสองโถมไปข้างหน้า ตระเตรียมพัวพันเซี่ยวม่อเกอไว้ที่นี่ รอดูไปเถอะ หากเจ้าไม่ใช้พลังเทพ แล้วยังจะใช้สิ่งใดได้อีก?
แต่แล้วเซี่ยวม่อเกอแสยะยิ้มกว้าง เผยฟันขาวราวหิมะเป็นคำรบสองในเวลาเดียวกัน มันโยนเมล็ดพันธุ์ดวงตะวันเข้าปาก!
พลังเทพอันท่วมท้นโคจรไปทั่วร่างอย่างเร่งร้อน จากนั้นพลังเทพแปรเปลี่ยนเป็นพลังทั้งสามในชั่วพริบตาเดียว!
ก่อนหน้านี้คิดแปรเปลี่ยนพลังเทพเป็นพลังทั้งสาม จั่วม่อต้องใช้เวลาช่วงหนึ่ง แต่หลังจากที่ความเข้าใจในพลังเทพของมันลึกล้าขึ้นกระบวนการนี้ก็กลายเป็นกระชั้นสั้นแทบจะทันทีทันใด
พลังทั้งสามของมันกลับมาเต็มเปี่ยมอีกครั้ง!
เสี่ยวม่อเริ่มโหมโจมตีอีกระลอก
ระลอกแล้วระลอกเล่า ไม่มีที่สิ้นสุด!
หลีเซียนเอ๋อร์อ่านเนื้อความในนกกระเรียนกระดาษที่ส่งมาจากสำนักอย่างถี่ถ้วน ในใจบังเกิดค