บันดาลให้นางขนหัวลุกชี้ชัน ไม่กล้าขยับแม้แต่ปลายนิ้ว
“ปกติข้ามักไม่ชมชอบต่อสู้กับสตรี” สุ้มเสียงแหบลึกของเหวยเสิ้งกังวานไปทั่วห้อง
ต๋าหลิงฟ่งคลายใจลงเล็กน้อย มือขาวผ่องฉกวูบไปยังแถวกระบี่บินเล่มเล็กที่เอวอย่างฉับพลัน
“สตรีเยี่ยงเจ้าหากใช้กระบี่ นับเป็นความอัปยศอดสูของกระบี่”
กลิ่นอายเย็นเยียบเสียดกระดูกที่ลำคอของนางหายวับไป ต๋าหลิงฟ่งคลายใจลง แต่ก่อนที่นางจะได้กล่าววาจา กลับปรากฏเจตจำนงกระบี่ที่เรียวบางยิ่งชำแรกเข้าสู่ร่างของนาง เจตจำนงกระบี่นี้พิสดารล้า ทันทีที่เข้าไปในร่างของนาง พลันหายวับไปโดยไร้ร่องรอย
ใบหน้าสะคราญพลันเปลี่ยนเป็นซีดขาวราวคนตาย พลังปราณภายในกายนางคล้ายจู่ ๆ ก็อันตรธานหายไปหมดสิ้น
ศิษย์สตรีจากคุนหลุนสมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
พลังฝึกปรือของนางถูกทำลาย!
“กลับไปบอกหลินเชียน วันหนึ่งข้าจะไปเสาะหามันเอง”
ในความมืดมนอนธกาล ต๋าหลิงฟ่งไม่อาจมองเห็นสีหน้าของเหวยเสิ้งได้ แต่คำพูดของมันแต่ละคำชัดเจนแจ่มแจ้งอยู่ในใจนาง ราวกับสลักลงไปด้วยคมกระบี่
ต๋าหลิงฟ่งกระเสือกกระสนจากไปในความมืด
ภายในห้อง หลงเหลือแต่เพียงเหวยเสิ้งผู้บีบด้ามกระบี่ดำแนบแน่นแน่นเสียจนข้อนิ้วขาวซีด
น้าตาสองสายมิอาจระงับยับยั้งอีกต่อไป ไหลหลั่งลงมาโดยไร้เสียง