กสลดอย่างแรงกล้าผสานรวมกับความเคียดแค้นชิงชังประหนึ่งค้อนเหล็กมหึมา หวดฟาดใส่จิตใจของต๋าหลิงฟ่งอย่างดุดัน ทีท่าถือดีของศิษย์สตรีจากคุนหลุนหายวับไป นางใบหน้าขาวซีด ก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ
แต่นางตั้งสติได้ทันควัน ตวาดด้วยโทสะ “เหวยเสิ้ง เจ้ากล้าหรือ!บังอาจล่วงเกินคุนหลุนของข้า! ดูเหมือนว่าเจ้าจะลอบสมคบคิดกับเผ่าอสูรจริง ๆ!”
สมคบคิดกับอสูรปิศาจ!
ที่แท้นี่คือข้ออ้างที่คุนหลุนใช้… …
ความโศกเศร้าเสียใจของเหวยเสิ้งถาโถมประเดประดัง
ต๋าหลิงฟ่งดวงตาทอแววหยามเหยียด นางกล่าวอย่างทระนงถือดี“คุนหลุนของข้าเป็นสำนักอันถูกต้องเที่ยงธรรม มิใช่สิ่งที่ชาวยุทธ์ชั้นต่าอย่างเจ้าจะมาใส่ร้ายป้ายสีได้ เฮอะ! อย่าได้คิดว่าเพียงเพราะเจ้าได้อวดฝีมือเล็กน้อยในแดนปิศาจ แล้วจะสามารถท้าทายคุนหลุนของข้าได้ วันนี้ข้าจะให้เจ้าได้เห็น ว่าไฉนคุนหลุนของข้า… …”
วาจาของต๋าหลิงฟ่งชะงักขาดห้วงอย่างกะทันหัน
เนื่องเพราะคมกระบี่ของเหวยเสิ้งแนบติดกับลำคอของนาง
นางเพียงเสียเวลากล่าววาจาไม่คำ เจตจำนงกระบี่สุญตาของเหวยเสิ้งกลับท่วมท้นไปทั่วห้อง พื้นที่ทุกชุ่นล้วนแล้วแต่ตกอยู่ใต้อำนาจของเจตจำนงกระบี่สุญตาของเหวยเสิ้ง
ต๋าหลิงฟ่งตัวแข็งทื่อ ใบหน้าบัดเดี๋ยวขาวซีด บัดเดี๋ยวเขียวคล้า ในใจนางหลงเหลือเพียงความคิดเดียว… …
มันถึงกับลงมือต่อนาง!
มันกล้าลงมือต่อนางจริง ๆ!
มันกล้าเป็นปฏิปักษ์กับคุนหลุน!
กลิ่นอายเย็นยะเยียบและดุร้ายของกระบี่ดำ