รต่อสู้ในหลายวันมานี้ทำให้มันได้สัมผัสกับพลานุภาพของพลังเทพโดยตรง พลังในตำนานนี้แข็งแกร่งกว่าพลังปราณมากจริง ๆ
ผู้ที่สามารถบรรลุถึงด่านฝ่านซู ล้วนแต่เป็นบุคคลอันปราดเปรื่องเหนือผู้อื่น สี่มหาสำนักลอบศึกษาพลังเทพมานานนับพัน ๆ ปี ภูมิปัญญาความรู้ที่สั่งสมเอาไว้มีมากมายมหาศาลเกินกว่าที่ศิษย์สำนักสามัญจะจินตนาการได้
หลังจากประมือกับพวกจั่วม่อมาหลายครั้ง สองยอดคนด่านฝ่านซูเริ่มบังเกิดความเข้าใจในบางสิ่ง
อารมณ์หม่นหมองของพวกมันสลายคลายไปทันที คนทั้งสองคึกคักขึ้นอักโข หากพวกมันสามารถบรรลุความเข้าใจในพลังเทพได้จริง ไม่ว่าต้องจ่ายค่าตอบแทนใดก็คุ้มค่า พวกมันติดอยู่ในด่านฝ่านซูเป็นเวลานานมากแล้ว การรุดหน้าแต่ละก้าวช่างยากเย็นแสนเข็ญ หากพวกมันบรรลุพลังเทพ พลังฝีมือของพวกมันจะรุดหน้าอย่างก้าวกระโดด
ไม่มีสิ่งใดดึงดูดความสนใจของพวกมันไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“แต่อย่าลืมว่าพวกเราทั้งคู่ล้วนได้รับบาดเจ็บ ไม่อาจใช้พลังได้เต็มที่” จี้เจิ้งกล่าวเสียงราบเรียบ
ไต้เทาขบกรามแน่น “คนเหล่านี้เจ้าเล่ห์นัก! แต่รอจนเหล่าผู้อาวุโสจากสำนักเดินทางมาสมทบ พวกมันจะไม่มีทางหนีรอดได้อีกต่อไป!”
“อาจไม่มีเวลามากพอ” จี้เจิ้งดวงตาทอแววกังวลจาง ๆ
“ศิษย์พี่ไฉนกล่าวเช่นนี้?” ไต้เทางงงันวูบ
“เรื่องเมื่อครั้งกระโน้นส่งผลกระทบมากเกินไป อีกสามสำนักแน่นอนว่าจะไม่ยอมนิ่งเฉยต่อโอกาสตรงหน้านี้” จี้เจิ้งกล่าวเสียงเครียด “เกรงว่าคนของพวกมั