ความแค้นหนุนส่งให้มันยังคงก้าวต่อไป
“เป็นถ้านี้เอง!” ผู้นำทางชาวเผ่าปิศาจร้องออกมาอย่างปิติยินดี มันลิงโลดยิ่ง เพียงคิดว่ามันจะได้มีส่วนร่วมในศึกครั้งนี้ ทั้งยังจะเป็นการจู่โจมที่อาจจะปลิดชีพฝ่ายตรงข้าม มันรู้สึกร่างสั่นระริกไปทั้งสรรพางค์กาย
“ไปกันเถอะ!” เปี๋ยหานร้องบอกด้วยสีหน้าร้อนระอุ
ผู้นำทางเผ่าปิศาจมองดูเปี๋ยหานด้วยความเคารพเทิดทูน เพื่อที่จะได้ไม่สะดุดตาผู้คน คราครั้งนี้พวกมันไม่ได้ใช้พาหนะปิศาจแม้แต่ตัวเดียวหลังจากโหมเดินทางสุดหฤโหดได้เพียงสองสามวัน มันก็ไม่สามารถทนทานได้อีกต่อไป จากนั้นก็เป็นกองพันบาปเคราะห์นี้เองที่หอบหิ้วมันมาด้วยตลอดทาง
กองทัพที่คล้ายขบวนหุ่นเชิดปิศาจ ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า ช่างน่าประหวั่นพรั่นพรึงนัก!
แต่เมื่อมันนึกถึงการต่อสู้ที่กำลังจะบังเกิด อดพลุ่งพล่านใจไม่ได้
มันนำเปี๋ยหานกับกองพันบาปเคราะห์ลดเลี้ยวซ้ายขวาอย่างชำนิชำนาญ ในไม่ช้าก็หายลับไปในช่องเขาราวกับไม่เคยมีผู้ใดมาเยือนที่นี่มาก่อน
… …
… …
คมมีดทะลวงฝ่าอากาศ!
ไม่ว่าผู้ใดหากได้เห็นกองทัพของเซี่ยวม่อเกอ จะบังเกิดความคิดเช่นเดียวกันนี้ ขบวนทัพที่เป็นระเบียบเคร่งครัดเปี่ยมพลัง รังสีฆ่าฟันอันหนักข้นจนแทบจับต้องได้ ล้วนทิ้งความประทับใจให้แก่ผู้คนอย่างลึกล้า
โดยเฉพาะในยามที่กองทัพนี้เร่งรุดไปด้วยความเร็วถึงขีดสุด เสียงฝ่าอากาศดังกระหึ่มก้องในยามที่พวกมันพุ่งผ่านไป บันดาลให้ผู้คนหนังศีรษะชาซ่