วยาวเก้าเส้นที่โคจรรอบกายอีกาดำทั้งสาม ยามนี้ทิ่มแทงเข้าไปในร่างของจี้เจิ้งราวกับเข็ม
“ศิษย์พี่!” ไต้เทาร้องตะโกนอย่างขวัญวิญญาณกระเจิดกระเจิง
หลังจากจู่โจมสำเร็จ จั่วม่อก็ไม่รีรอเสียเวลา พลันร้องตวาดสุดเสียง“รีบไป!”
ยังไม่ทันจะกล่าวจบคำ มือข้างหนึ่งปรากฏขึ้นที่หลังคอของมัน อากุ่ยปรากฏขึ้นทางด้านหลังดุจเงาภูตพราย คว้าต้นคอของมันเอาไว้มั่น
มันรู้สึกในสายตาพร่าเลือนวูบ จากนั้นเห็นคนผู้หนึ่งอยู่ด้านข้างมันเป็นเขิงเหลียนเอ๋อร์ซึ่งถูกอากุ่ยหิ้วคอมาด้วยมืออีกข้างหนึ่ง
เขิงเหลียนเอ๋อร์ใบหน้าขาวซีดอยู่บ้าง การใช้กระบวนท่าเทพวิชาสูบกลืนพลังเทพของนางไปหมดสิ้น
ทั้งสองหันมาแย้มยิ้มให้แก่กัน
เห็นรอยยิ้มจริงใจของจั่วม่อ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ในอดีตมันไม่เคยมีให้แก่นาง เขิงเหลียนเอ๋อร์เบิกบานใจยิ่ง
ตูม!
พลังปราณอันน่าขนพองสยองเกล้า สะท้านฟ้าสะเทือนดินมาจากทางเบื้องหลังพวกมัน
จั่วม่อตะลึงลาน หันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ
เห็นเงาร่างพระโพธิสัตว์สูงหลายร้อยจั้ง ยืนตระหง่านง้าอยู่ตรงตำแหน่งที่พวกมันเพิ่งจากมา
มหาโพธิสัตว์ผู้เปี่ยมล้นด้วยตบะบารมี เรืองรองด้วยรัศมีแสงสีทองอำไพ แรงสั่นสะเทือนของพลังปราณอันไพศาล บันดาลให้จั่วม่อสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง!
เงาร่างพระโพธิสัตว์ทอดตามองมายังจั่วม่อด้วยสายตาเฉยเมย
จั่วม่อรู้สึกหัวใจคล้ายถูกบีบแน่น ทันใดนั้นอากุ่ยเร่งความเร็วอย่างไม่คิดชีวิต พลังสีม่วงสาดประกายวูบ