กล่าวอย่างนอบน้อม “พวกมันอยู่ภายในเมืองแน่ เพียงแต่… …”
“แต่อะไร?”
“ในเมืองเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ยากจะระบุตัวพวกมันได้… …” ฮุยเป่าชะงักวาจาลงกลางคัน
“อ้อ ไม่ต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น” ไต้เทาแย้มยิ้ม กล่าวจบคำค่อยหันไปทางจี้เจิ้ง “รบกวนศิษย์พี่บีบบังคับให้พวกมันออกมาด้วย”
จี้เจิ้งผงกศีรษะด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ทันใดนั้นเหินร่างขึ้นไปบนท้องฟ้า
มันก้มลงมองจากบนฟากฟ้า เห็นผู้คนมีขนาดเล็กไม่ต่างจากมดปลวก
จี้เจิ้งประนมมือ ตวาดเสียงดังสดใส “อยู่!””
ชั่วพริบตานั้น อากาศธาตุในรัศมีหลายร้อยลี้พลันผนึกแข็งตัว พลังสภาวะอันน่าสะพรึงกลัวกดทับลงใส่ตัวเมืองด้านล่าง
ชั่วขณะจิตนั้น ทั่วทั้งเมืองคล้ายหยุดนิ่งลงอย่างฉับพลัน ผู้คนแหงนเงยขึ้นมองเงาร่างกลางเวหาตามสัญชาตญาณ ความหวาดกลัวที่อยู่เหนือการควบคุมแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย มือเท้าเย็นเฉียบ สมองขาวว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง
ประแสงแห่งเซนกวาดผ่านทั่วเมืองราวกับระลอกคลื่น
รอจนประกายแสงแห่งเซนสว่างไสวขึ้น จั่วม่อพลันสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นปั้นยาก
บัดซบ!
มันคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะไม่แยแสนสนใจสิ่งใด ลงมือท้าทายทั้งเมืองโดยที่หน้าไม่เปลี่ยนสี!
ประกายแสงแห่งเซนทำให้มันบังเกิดลางสังหรณ์อันตรายอย่างบอกไม่ถูก