องดีจริง ๆ ข้ารับรองได้” เว่ยยังคงแย้มยิ้มเปี่ยมไมตรีจิต
จั่วม่อเหลือบมองผูเยา ในใจลอบประหลาดใจไม่น้อย เจ้าผู้นี้วันนี้ไฉนไม่โต้ตอบแม้สักครึ่งคำ นี่ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาแล้ว!
“เรื่องดีอันใด?” จั่วม่อซักไซ้ไม่เลิกรา
เว่ยลังเลชั่ววูบ แต่ยังคงกล่าวออกมา “ซึ่งความจริง เมื่อครั้งกระโน้นเราทิ้งบางสิ่งไว้เบื้องหลัง”
จั่วม่องงงันวูบ จากนั้นดวงตาพลันทอประกายแวววาวราวกับแสงของจิงสือ “วาวาวา! จิงสือ? อ้อ หรือว่าเป็นม๋อเป้ย? หรือว่าขุมสมบัติพันปีในตำนาน? ในอดีตพวกเจ้ามิใช่ว่ามีขุมกำลังเข้มแข็งมากหรือ ความมั่งคั่งที่พวกเจ้าสั่งสมเอาไว้… … โอ้โอ้โฮ้! ร่ารวย คราวนี้ร่ารวยแน่แล้ว! ฮ่าฮ่า……”
ในทะเลแห่งจิตสำนึก จั่วม่อกระโดดโลดเต้นอย่างลิงโลดยินดี
“ร่ารวย… …” เว่ยเหม่อมองด้วยสีหน้าโง่งม
“ข้ารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเช่นนี้” ผูเยาสีหน้าไร้อารมณ์
แต่หลังจากทำเป็นใจเย็นได้ไม่กี่อึดใจ ผูเยาเห็นได้ชัดว่าเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ ๆ สีหน้าที่แสร้งเยือกเย็นกลายเป็นบิดเบี้ยว ในดวงตาสีโลหิตคล้ายจะมีเปลวไฟโทสะลุกฮือโหม เสียงกัดฟันกรอด ๆ เหมือนโม่หินทำงาน มองปราดเดียวก็ทราบ ว่าพิโรธโกรธกริ้วจนแทบระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ
“ไม่ใช่ขุมสมบัติหรอกรึ?” จั่วม่อชะงักกึก บ่นพึมพำด้วยสีหน้าผิดหวังสุดระงับ “ที่แท้ไม่มีสมบัติอันใด นี่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ! อา เจ้าสองคนที่เคยเลื่องลือระบือนามในอดีตกาล ที่แท้ยากจนข้นแค้นถึงเพียงนี้