จุ๊จุ๊… …”
“หุบปากเสียที!” ผูเยาที่เพียรระงับเพลิงโทสะอย่างสุดความสามารถในที่สุดก็อดรนทนไม่ได้อีกต่อไป แผดเสียงตวาดด้วยโทสะในบัดดล “ตัวโง่งม! โง่เขลาเบาปัญญา! เจ้าคนปัญญาอ่อนที่รู้จักแต่เกียจคร้าน เอาแต่กินนอนและนั่งรอวันตาย! น่าขายหน้านัก! ข้าถึงกับมีลูกศิษย์เช่นเจ้า! ช่างน่าอับอายขายหน้าแทบตายแล้ว! เจ้าเข้าใจอันใด? อ๋า! ใต้หล้า! เรากำลังต่อสู้
เพื่อช่วงชิงใต้หล้า! เพื่อครองอำนาจเหนือทั้งสิบทิศ! จิตปณิธานของเราความปรารถนาของเรา เจ้าจะเข้าใจอันใด เจ้าสามารถล่วงรู้ก็แต่เงิน เงินเงิน สมบัติ สมบัติ สมบัติ… …”
ในทะเลแห่งจิตสำนึกของจั่วม่อ ผูเยาที่เกรี้ยวโกรธล้อมรอบด้วยเปลวไฟลุกฮือโหม เปลวไฟสีแดงเข้มโถมท่วมแผ่นฟ้า ผูเยาไม่ต่างจากเทพพิโรธองค์หนึ่ง
จั่วม่อสีหน้าสับสนงุนงง มันเหม่อมองผูเยาบนท้องฟ้าที่กำลังชี้หน้าด่าทอมันอย่างเดือดดาล อดรำพึงออกมาไม่ได้ “นี่มันอะไรกัน… ….”
ถ้อยคำเบา ๆ นี้ทำให้เปลวไฟบนท้องฟ้าถึงกับชะงักงันอย่างสิ้นเชิงเสียงร้องด่าของผูเยาขลุกขลักอยู่ในลำคอ
ผูเยาคล้ายลูกโป่งที่ถูกปล่อยลม หดแฟบลงโดยไร้สุ้มเสียง เปลวไฟที่ลุกโหมหายวับไปทันควัน
ผูเยากับเว่ยไม่แยแสนสนใจจั่วม่อที่ทำหน้างงงวย พากันปลีกตัวออกมาสุมหัวกระซิบกระซาบกัน
เว่ยเอ่ยปากอย่างสงบเยือกเย็น “ข้าเพียงทราบว่านี่จะเป็นโอกาสของพวกที่เหลือ… …”
ผูเยากระชากเสียงอย่างขุ่นเคือง “ทั้งหมดล้วนสูญเปล่า ต้องมาพบเจอกับจู่เหรินท