“วัดเสวียนคงดูท่าหมายมั่นปั้นมือที่จะทำลายล้างเซี่ยวม่อเกอให้จงได้ แต่พวกมันช่างประเมินเซี่ยวม่อเกอไว้สูงยิ่งนัก!” เสวียตงกล่าวปนหัวร่อ
ยอดแม่ทัพอันดับหนึ่งแห่งคุนหลุนผู้นี้คิ้วหนาตาโต ท่วงท่าสภาวะโอ่อ่าสง่างาม ทั้งยังแฝงเร้นด้วยกลิ่นอายดุร้ายกระหายเลือดที่เพาะสร้างขึ้นจากการทำศึกสงครามเป็นเวลานาน มันพอกลับมาจากแนวหน้า ก็แล่นมาหาหลินเชียนทันที
หลินเชียนแม้มีฐานะเป็นศิษย์พี่ แต่เสวียตงกลับอายุมากกว่า ดังนั้นทั้งคู่เป็นสหายสนิทกัน
หลินเชียนรั้งจิตสมาธิกลับจากม้วนหยก สีหน้าใจลอยอยู่บ้าง เพื่อรับประกันชัยชนะในศึกนี้ วัดเสวียนคงถึงกับส่งสองซิวเจ่อด่านฝ่านซูของพวกมันไปลอบสังหารเซี่ยวม่อเกอ ไพ่ตายของวัดเสวียนคงใบนี้ถูกปกปิดซ่อนเร้นไว้เป็นอย่างดี แต่สายลับของพวกมันในวัดเสวียนคงมีศักดิ์ฐานะสูงส่งพอที่จะสืบรู้เรื่องนี้ได้
“เจ้าคิดอะไร?” เสวียตงมีความรู้สึกเฉียบไว จับท่าทีผิดปกติของหลินเชียนได้ในทันที
หลินเชียนพลันรู้สึกตัว ยิ้มพลางกล่าวว่า “เซี่ยวม่อเกอผู้นี้เป็นบุคคลพิเศษโดยแท้ น่าเสียดายที่ครั้งนี้มันจะต้องตายแน่”
“อ้อ” เสวียตงประหลาดใจอยู่บ้าง “กระทั่งเจ้ายังมีความเห็นต่อมันอย่างสูงถึงเพียงนี้ ข้าชักสงสัยใคร่รู้ในตัวเซี่ยวม่อเกอผู้นี้บ้างแล้ว”
“คราวนี้ข้าไปยังแดนปิศาจ เคยประมือกับมันรอบหนึ่ง คนผู้นี้คล้ายยากจะหยั่งคำนวณอยู่บ้าง” หลินเชียนอธิบายอย่างปลอดโปร่ง
เสวียตงสีหน้าแปรเปลี่ยน มันทรา