ารอวี่ไสว้คนหนึ่ง ในสายตาของวัดเสวียนคง มันเป็นผู้ที่มีขีดความสามารถเป็นภัยคุกคามต่อชนชั้นฝ่านซู
วัดเสวียนคงไม่อาจแบกรับการสูญเสียชนชั้นฝ่านซูได้
จั่วม่อดวงตาเป็นประกาย ทันใดนั้นมันพบว่าอาจมีโอกาสให้ฉกฉวย
สิ่งที่วัดเสวียนคงไม่ล่วงรู้ ก็คือมีมือดีลึกลับสะกิดเตือนมันเรื่องภารกิจลอบสังหารครั้งนี้เสียก่อน นี่เป็นข้อได้เปรียบของมัน
หลังจากขบคิดใคร่ครวญเป็นเวลานาน จั่วม่อเงยหน้าขึ้น ใบหน้าทอแววเชื่อมั่นอีกครา “ข้ามีความคิดประการหนึ่ง”
… …
ใต้พื้นดิน เหวยเสิ้งจับด้ามกระบี่ดำแนบแน่น โคจรพลังปิดกั้นลมหายใจ มันคล้ายกลับกลายเป็นหินก้อนหนึ่งในบัดดล สัญญาณชีวิตทั้งหมดเลือนหายไปจากร่าง
“บัดซบ พวกเราคลาดกับมันอีกแล้ว!” ปิศาจตนหนึ่งสบถอย่างหัวเสีย
“พวกเรายังจะไล่ล่ามันต่ออีกหรือไม่?” ปิศาจอีกตนหนึ่งถามเสียงแหบแห้ง ในน้าเสียงแฝงไว้ด้วยร่องรอยประหวั่นพรั่นพรึง
“ย่อมต้องไล่ล่า หากเราทำไม่สำเร็จ เราทุกคนล้วนต้องตาย!”
“แต่หากเราไล่ตามมันทัน พวกเราก็ต้องตายอยู่ดี… …”
คนทั้งกลุ่มนิ่งเงียบงันไปนาน
“ไม่ได้การ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเราไม่ว่าผู้ใดก็ไม่รอด!”
“เช่นนั้นสมควรทำอย่างไร?”
“รอไปก่อน!”
“รอ? รออันใด?”
“รอให้จู่ซ่างออกคำสั่งล่าสังหาร!”
วาจาเพิ่งกล่าวจบสิ้น ปิศาจผู้หนึ่งพลันร่าร้องอย่างยินดีระคนประหลาดใจ “คำสั่งล่าสังหาร! จู่ซ่างจะออกคำสั่งล่าสังหารจริง ๆ?”
“คราครั้งนี้มันไม่รอดแน่แล้ว” อีกคนถอนหาย