ี้ไม่เหมือนกับพลังใดที่พวกมันเคยพบเห็นมาก่อน
“พลังเทพเนี่ก็คือพลังเทพ!”
“สวรรค์อำนวยพรให้แก่คุนหลุนเราแล้ว!”
“เสี่ยวหลินเชียนสมกับที่เป็นเสาหลักของสำนักเรา!”
หลินเซียนที่อยู่ภายในบ่อนํ้าค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงสว่างเดือน หายไปจากดวงตาเยือกเย็นของมัน ไม่เห็นมันขยับเคลื่อนไหวอันใด แต่นํ้าภายในบ่อทันใดนั้นถาโถมเข้าหามันเอง
นํ้าเหล่านั้นไหลบ่าเข้ามาทับซ้อนเป็นชั้น ๆ เลือนรางเหมือนหมอกควัน
ภายในชั่วพริบตาเดียว หลินเชียนที่เปลือยเปล่าก็สวมใส่อาภรณ์ เรียบร้อยมวลนํ้าภายในบ่อกลับกลายเป็นชุดยาวสีฟ้าสด
“ศิษย์คารวะท่านเจ้าสำนัก คารวะอาจารย์อาทั้งหลาย!” หลินเชียนค้อมกายอย่างนอบน้อม
“นี่ก็คือพลังเทพใช่หรือไม่?” ผู้อาวุโสคุนหลุนผู้หนึ่งถามอย่างอดรน ทนไม่ได้
“ใช่ขอรับ!” หลินเซียนตอบอย่างเรียบ ๆ ร้อย ๆ “แต่เป็นพลังเทพที่ ยังไม่สมบูรณ์ ศิษย์เพียงแค่ลอกเลียนพลังเทพจากความทรงจำที่เคยพบ เห็นมา”
“เจ้าลองดูอีกครา” ผู้กล่าววาจาคือเจ้าสำนักคุนหลุนคนปัจจุบัน คน ผู้นี้คิ้วพาดตรงดุจกระบี่ ดวงตาคล้ายครึ่งหลับครึ่งลืมอยู่ตลอดเวลา นัยน์ตาทั้งคู่ลึกล้ำสุดหยั่งถึงเต็มไปด้วยแววครํ่าโลก คล้ายจะมองทะลุปรุ โปร่งในทุกสรรพสิ่ง
“ขอรับ!” หลินเชียนยกมือขวาขึ้น พลังเทพสีฟ้าอ่อนแปรเปลี่ยนเป็น กระบี่บินเล่มหนึ่ง ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของมันอย่างฉับพลัน
“เป็นพลังเทพจริง ๆ! พลังที่เหนือกว่าพลังปราณ!” ผู้อาวุโสท่าน หนึ่งอดร้องออกมาไ