เหลียงเตา ขอเพียงเจ้ายินยอมชี้แจง จะไม่มีปัญหาอันใดทั้งสิ้น หากมิใช่ว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์รุนแรงเกินไป ข้าก็คงไม่ต้องรบกวนเจ้าแล้ว เจ้าต้องเข้าใจความลำบากใจของสำนักด้วย จึงให้ความร่วมมือกับทางสำนัก เพื่อคลี่คลายข้อกังขาของทุกผู้คน”
กู่เหลียงเตาสั่นศีรษะ “ผู้อาวุโสโปรดอภัยให้ด้วย นี่เป็นยามศึก สงครามในตอนนี้ศิษย์ไม่อาจปลีกตัวกลับไปยังสำนักได้ ผู้อาวุโสกรุณา กลับไปก่อน และช่วยเรียนท่านเจ้าสำนักว่าหลังจากสงครามสิ้นสุด ศิษย์ จะกลับไปขอรับโทษที่สำนักด้วยตัวเอง”
ผู้อาวุโสจินดวงตากลับเป็นแหลมคมดุจกระบี่ร้องตวาดอย่างเดือด ดาล“กู่เหลียงเตา เจ้ากล้าไม่เชื่อฟังท่านเจ้าสำนัก!”
“ความจริงเป็นเช่นนี้ ข้าเองก็จนปัญญา” กู่เหลียงเตากล่าวเสียงตํ่า ลึก
“ประเสริฐ ประเสริฐ ประเสริฐ!” ผู้อาวุโสจินกล่าวคำ “ประเสริฐ สามคำรวด จากนั้นแค่นหัวร่ออย่างเย็นชา “ข้าเองก็จนปัญญา! กล่าวได้ประเสริฐนัก หากศิษย์น้องในปรภพล่วงรู้ว่าศิษย์รักของมันเนรคุณต่อสำนัก มิทราบจะคิดเห็นประการใด!”
กู่เหลียงเตาในดวงตาทอประกายโศกศัลย์อันลึกลํ้า มันลุกขึ้นยืนอย่างเชื่องช้า สายตามองตรงไปยังผู้อาวุโสจินอย่างไม่พรั่น “หากมิใช่เพราะเพื่อทดแทนพระคุณของท่านอาจารย์ที่ชุบเลี้ยงข้า ข้ายังจะต้องทนอยู่ที่ซีเซวียนไปเพื่อสิ่งใดกัน? ข้าทำศึกเพื่อสำนักนับครั้งไม่ถ้วน แทบเอาชีวิตไปทิ้งไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หน รับใช้สำนึกอย่างซื่อสัตย์มาโดยตลอด ข้าไม่มี