กร!”
ซู่หลงกับพวกทั้งหลายใบหน้าเคร่งเครียดเย็นชาลงทันที ไฟโทสะ แทบปะทุออกมา
จั่วม่อยังคงไม่สะทกสะท้าน มุมปากหยักโค้งเล็กน้อยเป็นรอยยิ้ม เหยียดหยันดูแคลน ขณะที่แค่นเสียง “หาที่ตาย!”
ทุกผู้คนตกตะลึงพรึงเพริดแล้ว
เซียวมอเกอใช่เสียสติไปแล้วหรือไม่? มันถึงกับ…กล้ากล่าวต่อคนของ อวี่ไสว้ว่าหาที่ตาย?
เสียกงจู่หน้าขาวเผือดจนน่าเวทนา นางเม้มปากแน่นจนแทบจะห้อ เลือดในดวงตานางเต็มไปด้วยความกังวลเร้นลึก
แทบจะในเวลาเดียวกันกับที่วาจาอันอุกอาจขู่ขวัญคนทั้งหมด ประกายแสงสีม่วงพลันลุกวาบในดวงตาของอากุย มือขวาของนางตวัดวูบ ทำท่าคว้าจับใส่ปิศาจใต้ร่มธงอวี่ไสว้ผู้นั้นแต่ไกล
แกรก!
เสียงกระดูกแตกหักดังสดใส ในความเงียบสงัดดุจป่าช้า เสียงนี้ฟัง ถนัดชัดเจนจนน่าสยองใจ
ปิศาจผู้นั้นดวงตาถลนกว้าง วาจาที่เตรียมจะตอบโต้ขลุกขลักอยู่ใน ลำคอจากนั้นลำคอของมันพับลงด้วยแง่มุมอันแปลกประหลาด ยังไม่ทันจะเอ่ยคำใดออกมา ก็ร่วงลิ่วลงจากฟากฟ้าดุจก้อนหินไร้ค่าก้อนหนึ่ง
ซี้ด!
เสียงสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บดังสะท้านทั่วบริเวณ ทุกคนหันไป มองอากุ้ยที่ข้างกายจ้ามออย่างหวาดสะพรึง สตรีนางนี้รูปโฉมอัปลักษณ์ ขัดตายิ่ง มักจะคอยติดตามอยู่ข้างกายเซี่ยวม่อเกอตลอดเวลา แต่ไม่มีผู้ใดเคยเห็นนางลงมือ ครั้งเดียวที่นางต่อสู้กับผู้คน คือเมื่อครั้งที่นางผนึกกำลังกับเขิงเหลียนเอ๋อร์คุ้มกันจั่วมอจากการจู่โจมของหลินเชียน
แต่การลงมือฆ่าคนอย่างฉับพลันครั้ง