นี้ ยังทรงพลังอำนาจกว่าเมื่อ ครั้งที่นางต่อสู้กับหลินเชียนเสียอีก
หรือว่าก่อนหน้านี้นางยังมิใช่สำแดงพลังฝีมือที่แท้จริง?
จูเข่อกับพวกทั้งหลายยังมีสีหน้าสะท้านหวั่นไหว พวกมันลอบ อัศจรรย์ใจสุดระงับ
แต่สิ่งที่คนจำนวนมากไม่อาจเข้าใจได้ ก็คือเซี่ยวม่อเกอคล้ายไม่หวั่น เกรงต่อการเผชิญหน้ากับอวี่ไสว้แม้แต่น้อย มันกระทั่งกล้ากล่าวยอกย้อนต่ออวี่ไสว้ หรือว่าฉากหลังของคนผู้นี้เป็นขุมกำลังที่ทรงพลังอำนาจ?
ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจผู้คนถ้วนหน้า จากนั้นพวกมันต้องสั่นศีรษะ ทอดถอนใจ ไม่ว่าฉากหลังของเซี่ยวม่อเกอจะทรงพลังอำนาจสักปานใด ในชั่วขณะนี้ล้วนไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น เนื่องเพราะนํ้าไกลไหนเลยจะสามารถดับไฟใกล้ได้ทันท่วงที
อวี่ไสว้นำทัพกององครักษ์หยาดพิรุณหนึ่งหมื่นนาย นอกเสียจากว่า จอมทัพด่านไสว้อีกผู้หนึ่งนำกองกำลังส่วนตัวมาด้วยตนเอง มิฉะนั้นล้วน เปล่าประโยชน์
การตกตายอย่างน่าอนาถของสหายผู้หนึ่ง จุดไฟโทสะของบรรดาองครักษ์หยาดพิรุณให้ลุกฮือโหม กระทั้งผู้ที่สงบเยือกเย็นที่สุดยังไม่อาจสะกดกลั้นเพลิงพิโรธของพวกมันได้
บุรุษร่างใหญ่เคราคมผู้หนึ่งก้าวออกมา ประสานมือคำนับต่อรถศึก กล่าวอย่างเดือดดาลว่า “จู่ซ่าง! (นายเหนือ) บริวารขออาสาสั่งสอนเจ้าคนเถื่อนผู้นี้”
คนอื่น ๆ ก้าวตามมา ร้องตวาดอย่างพรักพร้อม “บริวารก็ขออาสา ออกศึก!”
อีกหลายคนพากันก้าวตามออกมา ล้วนอาสาสู้ศึกอย่างองอาจหาญกล้า
ความเย่อหยิ่งถือดีของจั่วม่