อและการฆ่าคนซึ่งหน้าโดยไม่ไว้หน้าผู้ใด ของอาปุย สำหรับคนของกององครักษ์หยาดพิรุณที่มักจะมีดวงตาสูงส่งอยู่เหนือศีรษะไหนเลยจะทานทนรับได้ ยามนี้พากันเดือดดาลเป็นการใหญ่
“คนผู้หนึ่งหากมีพรสวรรค์ มันย่อมสามารถถือดี ไม่นับว่าผิดอันใด” สุ่มเสียงของอวี่ไสว้ดังกังวานออกมาจากรถศึก “กล้วก็แต่ว่าความถือดีของมันยิ่งใหญ่กว่าฝีมือ นั่นก็ไม่ดีแล้ว เราผู้เป็นเจ้าไม่มีความอดทนต่อคนเช่นนั้น เจ้าในเมื่ออาสาขอสู้ศึก เช่นนั้นก็ไปเถอะ หากได้ชัยเราจะตบรางวัลให้ แต่หากเจ้าพ่ายแพ้ต่อมัน เจ้าจะต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาของมัน”
ถ้อยคำพอกล่าวออกมา เหล่าแม่ทัพนายกองหันมามองหน้ากัน พวก มันที่อาสาออกศึกก็เพื่อระบายความคับข้องใจ แต่มิใช่ว่าพวกมันมีความเชื่อมั่นอันใด ไม่ว่าผู้ใดล้วนหวาดระแวงต่อการโจมตีที่ลี้ลับสุดหยั่งคาดของอากุ่ย
แต่จากกาจาประกาศิตของจู่ซ่าง หากพวกมันพ่ายแพ้จริง กลับต้องสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อเซี่ยวม่อเกอ ผลลัพธ์เช่นนี้ร้ายแรงเกินรับไหว ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันล้วนฟังออกว่าอารมณ์ชื่นชมอัจฉริยบุรุษของจู่เหริน(เจ้านาย) พวกมันถูกสะกิดขึ้น ท้ายที่สุดเซี่ยวม่อเกออาจต้องจบลงภายใต้ร่มธงของจู่เหริน
ส่วนพวกมันหากพ่ายแพ้ก็กลับกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเซี่ยว ม่อเกออีกที นั่นจะให้ยินยอมรับได้อย่างไร
พวกมันล้วนทราบความชื่นชอบต่อเหล่าอัจฉริยะของจู่เหรินเป็น อย่างดีเซี่ยวม่อเกอหากมีพรสวรรค์อยู่บ้างดังคำเล่าลือ ต่อให้