นกว่าเดิม
ฝ่ายกองโจรตระกูลหมิง รอจนภาพในเมืองปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกมันกองโจรตระกูลหมิงพากันงงงันวูบ
ท่ามกลางซากความพินาศของนครมหาสันติ เห็นกระบวนทัพน้อย ใหญ่มากมายตั้งทัพเรียงรายเชื่อมประสาน ราวกับผืนผ้าที่เต็มไปด้วยรอยปะติดปะต่อผืนหนึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่าครึ่งของนครมหาสันติ
“โอ้ พวกมันคิดต่อสู้กับพวกเรา!” หมิงฮุยใบหน้าประกฏรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม “แต่อาศัยกลุ่มเหวรากเหล่านี้ถึงกับคิดต่อสู้กับพวกเรา นี่มันช่าง
มันสั่นศีรษะพลางทอดถอนรำพันกับตัวเอง ราวกับว่ามันเองก็ไร้วาจา จะกล่าว เหล่าแม่ทัพนายกองพากันหัวร่อดังเซ็งแซ่
“นี่เป็นเรื่องดี อาจช่วยให้พวกเรารู้สึกสำราญใจได้บ้าง มิเช่นนั้นคง น่าเบื่อหน่ายแทบตายแล้ว” หนึ่งในแม่ทัพนายกองร้องออกมาดัง ๆ “ฟัง ว่าที่นี่มีคนบุญหนักศักดิ์ใหญ่อยู่ไม่น้อย!”
มันเน้นคำ “บุญหนักศักดิ์ใหญ่ เป็นพิเศษ ทำเอาหลายคนใบหน้าทอ แววหิวกระหายขึ้นมา
คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่เหล่านี้ปกติมีศักดิ์ฐานะสูงส่ง รอจนดิ้นพราดรํ่า ให้ครวญครางอยู่ภายใต้เกือกม้าของพวกมัน ความตื่นเต้นเร้าใจแปลก ๆ ที่พวกมันไม่เคยลิ้มรสมาก่อนจะแผ่ซ่านไปทั่วร่าง พวกมันไม่อาจระงบยับยั้งเค้าความความดุร้ายอำมหิตบนใบหน้าได้อีก
“ฟังว่ากงจู่ทั้งสามสะคราญลํ้าเหนือผู้ใด!? แม่ทัพนายกองอีกผู้หนึ่ง เลียริมฝีปากแห้งแตกของตนเล็กน้อย กล่าวพลางหัวร่ออย่างชั่วข้า “หัวหน้าว่าอย่างไร? ยกพวกนางให้แก่เราดีหรือไม่!”
เสียงหัวร่อของห