ังที่มี จอมปิศาจด่านไสว้ยังไม่กล้าประมาทเรา”
“กรงเล็บพิฆาตมังกรเป็นเพียงศาสตรามาร…” หมิงอวี่เวยขมวด คิ้ว
“มันมิใช่เพียงศาสตรามาร” หมิงฮุยสั่นศีรษะ สีหน้าท่าที่เต็มไปด้วย แรงปรารถนา “หากข้าครอบครองกรงเล็บพิฆาตมังกร ต่อให้คู่ต่อสู้เป็น จอมปีศาจด่านไสว้ยังพอมีโอกาสอยู่หลายส่วน”
“แต่ศาสตรามารที่ดุร้ายกระหายเลือดเช่นกรงเล็บพิฆาตมังกร มี เพียงปิศาจด่านไสว้เท่านั้นที่จะปราบพิชิตได้” หมิงอวี่เวยกล่าวเตือน
“มิผิด ปิศาจด่านเจียงคิดแตะต้องกรงเล็บพิฆาตมังกร เท่ากับแส่หาที่ตายแต่ข้ามีหนทาง” หมิงฮุยแย้มยิ้มอย่างลี้ลับ “หากข้าไม่มีความเชื่อมั่นไหนเลยจะกระทำการหาญกล้าบ้าบิ่นถึงเพียงนี้? โอกาสดีเช่นนี้ตกมาถึง เราเพียงเพราะผู้อื่นยังต้องห่วงพะวงกับชื่อเสียงของนครมหาสันติ เมื่อไม่ มีใครกล้าลงมือ ผลประโยชน์ก็ต้องเป็นของเรา”
จากนั้นมันกล่าวอีกว่า “เฉินผู้นี้นับว่ายอดเยี่ยม มันเพียงชักใยจาก เงามืดมิหนำซํ้ายังคาดการณ์ไว้แล้วว่าข้าไม่สามารถต่อต้านแรงดึงดูดของ กรงเล็บพิฆาตมังกรและหลักศิลาทักษะปิศาจได้ น่าเสียดายที่มันไม่มีความหวังจะบุกฝ่าไปถึงด่านไสว้ มิเช่นนั้น ตระกูลยักษาเขียวอาจผุดเด่นรุ่งโรจน์อย่างไม่เคยมีมาก่อน”
หมิงอวี่เวยหวนคิดถึงท่วงท่าสภาวะและถ้อยคำของปู่เกิน ในดวงตา นางทอประกายนิยมชมชื่นาบ “มิผิด ในบรรดาคนที่ข้าพบพานในช่วง หลายปีมานี้ เป็นสมควรเป็นหนึ่งในบุคคลที่เลิศลํ้าที่สุด อย่างไรก็ตาม ฟัง จา