จั่วม่อเหม่อมองมวลชนแน่นขนัดสุดลูกหูลูกตาอย่างโง่งม
มองดูคร่าว ๆ เกรงว่าพลเมืองปิศาจในนครมหาสันติกว่าครึ่งล้วน ชุมนุมกันอยู่เบื้องหน้ามันแล้ว มากมายเท่าใดกัน? หนึ่งแสนคน? หรือสอง แสนคน?
จำนวนผู้คนเมื่อมารวมตัวกันมากถึงระดับหนึ่งมักจะก่อเกิด บรรยากาศอันน่าตื่นตะลึง ทะเลผู้คนกว้างไกลที่เบื้องหน้ามันบันดาลให้ จั่วม่อแตกตื่นจนแทบขวัญกระเจิง
“ไฉนมีผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ ?” จั่วมือดึงหลันเทียนหลงเข้ามา กระซิบถาม
หลันเทียนหลงสีหน้าภาคภูมิใจอยู่บ้าง “ฮ่า ที่แรกพวกเราหลงโง่งม อยู่เป็นนาน เมื่อพวกเราพยายามกะเกณฑ์ผู้คนเข้าร่วม ไม่ค่อยมีคนให้ ความสนใจกับพวกเรานัก จากนั้นมีคนเข้ามาถามพวกเราว่าใช่เป็นพวกเดียวกันกับเซี่ยวม่อเกอเจ้าหรือไม่ เท่านั้นเอง ข้าพลันตระหนักว่าไฉนข้าจึงล้มเหลวไม่เป็นท่า ดังนั้นพวกเราเปลี่ยนเป็นใช้ชื่อของเจ้าดึงดูดผู้คนผลลัพธ์จึงออกมาเป็นดังที่เห็น!”
“ชื่อของข้า?” จั่วม่อตะลึงลานไร้วาจาจะกล่าว
“พี่น้อง ทุกผู้คนล้วนประจักษ์แก่สายตาว่าเจ้าหยุดยั้งท่ากระบี่ของ หลินเชียนอย่างไร ยามนี้ซือเฉิงจู่ลาโลกไป ไม่มีผู้ใดมีชื่อเสียงยิ่งไปกว่าเจ้าอีกฮ่า ประเสริฐ ทุกคนล้วนเชื่อมั่นในตัวเจ้า!” หลันเทียนหลงตบไหล่ จั่วม่อพลางกล่าวอย่างจริงจัง “พี่น้อง ชีวิตของทุกคนอยู่ในมือเจ้าแล้ว ไม่ ว่าจะอย่างไร ก็ต้องพยายามช่วยเหลือพวกมันให้มากเท่าที่สุดเท่าที่จะทำ
หลังจากกล่าวเช่นนี้ มันก็พลิ้วกายจากไป
เ