ียมบุกเข่นฆ่าเข้าเมือง หากต่อไปปู้ต้าเหรินยกทัพเข้ายึดครองอาณาจักรนี้ ผู้คนยามขุ่นแค้นจะพากันมุ่งเป้ามาจู่โจมท่านเป็นจุดเดียว!”
หมิงฮุยรีบกล่าวเป็นเชิงขออภัย “พี่ปู้ โปรดอย่าได้ถือสา ผู้น้องรักถนอมเม่ยเม่ยนางนี้มากเกินไปจนนิสัยเสีย ไม่ต้องเก็บวาจาเหลวไหลของนางมาเป็นอารมณ์แล้ว”
ปู้เกิ้นสั่นศีรษะ “พี่หมิงไม่จำเป็นจ้องกล่าวหนักถึงเพียงนั้น ที่แม่นางอวี่เวยกล่าวมาก็ไม่ผิด” มันพลันเงยหน้าขึ้น มองไปยังนครมหาสันติที่อยู่ห่างไกล จากนั้นกล่าวเสียงอ่อนเบา “อย่างไรก็ตาม ในช่วงกลียุคเช่นนี้ไหนเลยจะมีวิธีการอันสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกเรื่อง? คนหากไม่รุดหน้าเอาแต่ล่าถอยอยู่ทุกเมื่อ เกรงว่าไม่ทันต้องต่อสู้ก็จะล่มสลายไปเองแล้ว”
ถ้อยคำเหล่านี้ล้วนแฝงไว้ด้วยความโหดร้ายทารุณของยุคสมัยอันวุ่นวาย แต่ปู้เกิ้นกลับกล่าวออกมาด้วยสุ้มเสียงราบเรียบแผ่วเบา หมิงอวี่เวย ถึงกับตะลึงลานไป
“หากไม่คิดให้ตระกูลของตนต้องตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของผู้อื่น ก็จำเป็นต้องมีฐานที่มั่นของตน ตระกูลยักษาเขียวของข้าร่อนเร่พเนจรมานานปี พี่น้องในตระกูลมีชีวิตยากลำบาก ตระกูลสาขาส่วนใหญ่ก็ดำเนินชีวิตเยี่ยงโจรเร่ร่อน ความปรารถนาของผู้แซ่ปู้มีเพียงประการเดียว คือยึด修真世界 World of Cultivation มหาศึกสามภพPage 2 of 12ครองสถานที่อันสงบสุขให้ตระกูลของข้าได้ลงหลักปักฐาน อย่าว่าแต่นี่เป็นกลียุคอันโกลาหลอลหม่าน ต่อให้ถึงยุคสมัยอันสงบสุข ผู้แซ่ปู้อ