าจยังคงต้องต่อสู้ดิ้นรนอยู่ร่าไป”
หมิงอวี่เวยถูกวาจาที่กล่าวด้วยอารมณ์ความรู้สึกของปู้เกิ้นทำเอาตะลึงลานไปเป็นคำรบสอง ในขณะที่หมิงฮุยเผยสีหน้านับถือเลื่อมใส ร้องชมเชยปนหัวร่อว่า “พี่ปู้กล่าวได้ดี บุรุษชาติอาชาไนยสมควรต้องมีจิตปณิธานเช่นนี้! อย่างไรก็ตาม ในความเห็นของข้าเป็นโจรเร่ร่อนก็ไม่เห็นจะมีอันใดไม่ดี นี่เป็นชีวิตอันตื่นเต้นโลดโผน!”
บรรดาไพร่พลใต้ร่มธงของปู้เกิ้นมองดูมันจากทางเบื้องหลัง ด้วยสายตาเคารพเทิดทูนสุดหัวใจ
“ผู้น้องมิทราบว่าอิจฉาเลื่อมใสชีวิตอันเสรีและโลดโผนของพี่หมิงถึงเพียงไหน แค่คนเกิดมาในตระกูล มิอาจละทิ้งตระกูลเพื่อใช้ชีวิตอิสระดั่งใจนึกเช่นพี่หมิงได้ สำหรับเรื่องการโจมตีที่จะตามมาที่แม่นางอวี่เวยกังวล นั่นเป็นไปได้มาก แต่ในระยะเวลาอันสั้นยังไม่ใช่เรื่องที่ต้องห่วงกังวลมากนัก” ปู้เกิ้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างเปี่ยมล้น “ขุมกำลังหลักๆทั้งหลาย ยามนี้กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่กับการต่อสู้กับซิวเจ่อ ไม่มีเวลาจะมัวมาสนใจสิ่งอื่นใด หากพี่หมิงลบร่องรอยทำลายเบาะแสทั้งหมดจนเกลี้ยงเกลา ไม่เหลือทิ้งหลักฐานใดไว้เบื้องหลัง ข้าก็แค่เข้ายึดเมืองว่างเปล่าเพื่อเป็นรากฐานในการยึดครองอาณาจักรนี้ ส่วนท่านก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับเหตุการณ์เลือดล้างนครมหาสันติ ในระยะสั้นย่อมไม่มีผู้ใดหาข้ออ้างมา修真世界 World of Cultivation มหาศึกสามภพPage 3 of 12โจมตีเราได้ ที่สำคัญไปกว่านั้น หากข้ายิ่งล