งเส้นผมที่หลุดลุ่ยระหน้าผาก จากนั้นค่อยถามด้วยรอยยิ้มจาง ๆ “แล้วเจ้าไม่มีความคิดหวังต่อหอสมบัติมหาสันติเลยรึ?”
“นั่นเป็นเรื่องของบรรดาเจ้ามือใหญ่ เจ้ามือน้อย ๆ อย่างข้าไม่มีปัญญาร่วมเล่นด้วยได้” จั่วม่อกล่าวเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา “หากต้องเอาชีวิตน้อย ๆ ของข้าเข้าไปเสี่ยงก็ไม่คุ้มค่าแล้ว”
เสียกงจู่ดวงตาทอแววประหลาด “เจ้าเห็นซึ้งกระจ่างยิ่ง”
จั่วม่อกล่าวอย่างภาคภูมิลำพอง “ย่อมแน่นอน ดังนั้นหากไม่ฉวยโอกาสทำกำไรสักครา ก็เรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับ” แต่กล่าวถึงตรงนี้ สีPage 153 of 937หน้าพลันละห้อยหดหู่ลง “ทว่าเจ้าเมื่อมาแล้ว ข้าก็ไม่อาจทำเช่นนั้นได้ ข้ายังเป็นหนี้เจ้าหนหนึ่ง ไหนเลยจะหักใจขูดรีดเจ้าได้”
เสียกงจู่พลันแย้มยิ้มอย่างซุกซน “ข้าก็ไม่อาจหักใจนำหนี้ก้อนโตนั้นมาใช้กับเรื่องเพียงเท่านี้ได้” จากนั้นลอกเลียนสุ้มเสียงของจั่วม่อกล่าวว่า“ไม่อย่างนั้น มันจะเรียกได้ว่าขาดทุนย่อยยับ!”
จั่วม่อหัวร่อ
ทั้งคู่หัวร่ออย่างรู้ใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียกงจู่พลันถามไปอีกเรื่องหนึ่งอย่างกะทันหัน “เจ้าไฉนผลักดันข้าออกมา?”
“ผลักดันเจ้าออกมา?” จั่วม่องงงันวูบ
“ไม่ต้องแสร้งทำเป็นโง่แล้ว” เสียกงจู่กล่าวอย่างเท่าทัน “เฉิงจู่บอกข้าว่าเจ้าเป็นผู้แนะนำข้าให้แก่มัน เพื่อให้ข้าเป็นผู้บัญชาการแผนกำจัดเซียน”
“อ้อ เรื่องนั้นเอง!” จั่วม่อค่อยเข้าใจ “แปลกอันใด ก็เนื่องเพราะเจ้ามีฝีมือร้ายกาจยิ่ง!”
มันลอบเสริมในใจ…โ