ป็นองครักษ์ประจำตัว นางนั่งอยู่ด้านข้างค่อย ๆ จิบชาอย่างสบายอารมณ์ราวกับไม่ได้ยินอะไรเลย แต่ในดวงตาทอแววรื่นเริงบันเทิงใจที่แทบจะมองไม่เห็น
“กงจู่ต้องรีบลงมือ!” จั่วม่อมีสีหน้าปานจะร่าไห้ “มองดูข้าเถอะเดี๋ยวนี้เวลานี้ข้าออกมาด้านนอก ยังต้องนำองครักษ์ติดตัวมาด้วย ข้าหวาดกลัวแทบตายแล้ว!”
ซิ่นกงจู่ปลอบโยนมันอีกยกใหญ่
สนทนากันอีกไม่กี่คำ จั่วม่อก็นำเขิงเหลียนเอ๋อร์อำลากลับไปPage 140 of 937
ซิ่นกงจู่ทอดสายตามองเงาร่างของจั่วม่อค่อย ๆ ลับหาย พลันเอ่ยปากว่า “เซี่ย มันคล้ายสนใจเจ้ามาก”
“อา” สุ้มเสียงของเซี่ยดังลอดออกมาจากเกราะหนา ฟังไม่ออกว่ารู้สึกอย่างไร
“เจ้าเห็นว่าอย่างไร?” ซิ่นกงจู่ถามอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ
เซี่ยนิ่งเงียบงันอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าว “มีจริงมีลวง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น” ซิ่นกงจู่แย้มยิ้มจาง ๆ “ช่างไม่ทราบจริง ๆ หอสมบัติมหาสันติไฉนตกหลุมรักคนผู้นี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็เหมือนอันธพาลน้อยผู้หนึ่งเสียมากกว่า”
เซี่ยนิ่งเงียบงัน ไม่ตอบคำ
ซิ่นกงจู่คล้ายพึมพำกับตัวเอง “อย่างไรก็ตาม คุนหลุนนี้เหิมเกริมเกินไปแล้ว!”
นางพอกล่าวเช่นนี้ ดวงตาคู่งามพลันสาดประกายฆ่าฟัน
“เว่ย เจ้าบอกว่าคนผู้นั้นสวมชุดเกราะป้ายศิลาสุสานเช่นนั้นรึ?”จั่วม่อพอออกมาได้ ก็รีบถามเว่ยทันที
“อา” เว่ยสีหน้ากลับเป็นปกติ ไม่หลงเหลือร่องรอยเสียกิริยาเหมือนเช่นเมื่อสักครู่อีก
“ชุดเกราะป้ายศิลาสุสานมิใช่ว่าล้มหายตายจากไป