ตงหลู่ไม่ยินยอม จากนั้นพวกมันก็โจมตีกองพันตงหลู่ในบัดดล!”
“พวกมันเพียงแค่ขอผ่านทาง?” เจี้ยจู่รู้สึกราวกับว่าได้ฟังเรื่องล้อเล่น
“ผู้น้อยก็เชื่อเช่นนั้น”
“ข้าไม่อาจเชื่อได้ลง… …”
“ต้าเหริน! กองทัพมัจจุราชนี้ระหว่างทางพิชิตเก้าทัพอย่างราบคาบ!พวกมันแข็งแกร่งเสียจนสามารถจัดอยู่ในห้าสิบลำดับแรกของทำเนียบกองพันแห่งดินแดนร้อยเถื่อน! หากพวกมันต้องการโจมตีอาณาจักรสำเนียงโรยของเราจริง ผู้น้อยเกรงว่า… …” บริวารผู้นั้นไม่กล้ากล่าวสืบต่อแต่วาจานี้แท้ที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องกล่าวแล้ว
เจี้ยจู่ลังเลใจอยู่เป็นนาน ก่อนจะกัดฟันออกคำสั่งว่า “ปล่อยให้พวกมันผ่านไป ตระเตรียมกองทัพของเราให้พร้อมในกรณีที่เจ้าคาดเดาผิด แต่อย่าได้ลงมือขัดขวางพวกมันก่อนเป็นอันขาด!”Page 5 of 11
… …
จั่วม่อสีหน้าย่าแย่ยิ่ง
อาเหวินกับพวกทั้งหกหายตัวไปอย่างกะทันหัน คนของค่ายเว่ยค้นหาทั่วป่าศิลาทุกซอกทุกมุม แต่ไม่พบร่องรอยของพวกอาเหวินแม้แต่เงา เมื่อเพิ่งเผชิญกับการลอบทำร้ายมาหมาด ๆ ปฏิกิริยาแรกและข้อสรุปที่จั่วม่อคิดได้ก็คือ ใช่มีคนลอบทำร้ายพวกมันหรือไม่?
แต่ในไม่ช้ามันก็สั่นศีรษะ พวกอาเหวินมีกันอยู่ตั้งหกคน หากพวกมันถูกจู่โจมทำร้าย ย่อมไม่มีทางที่จะไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น ค่ายเว่ยเที่ยวค้นหาพวกมันไปทั่ว ทั้งยังสอบผู้คนในป่าศิลามากมาย คนเหล่านั้นล้วนผงกศีรษะ บอกว่าพวกอาเหวินอยู่ที่นั่นตั้งแต่แรก อสูรผมสีส้มยังโดดเด่นสะดุดตายิ่ง ผู้คนจ