หนานเหมินเสวี่ยคือใคร?
แน่นอนว่าจั่วม่อย่อมต้องล่วงรู้ คนผู้นี้คือสุดยอดฝีมือลำดับที่สามแห่งทำเนียบปิศาจมหาสันติ ผู้เคยใช้เสียงแค่นคำเดียวทำลายสำเนียงปิศาจของชีเตียวอวี่ จั่วม่อหลังจากสังหารเสิ่นอวี้กลางสนามประลองลำดับของมันก็ทะยานพรวดในชั่วพริบตา จากลำดับสุดท้ายขึ้นเป็นลำดับที่เจ็ดในคราวเดียว
แต่ถึงกระนั้น ลำดับที่สามจะมาท้าประลองลำดับที่เจ็ดเยี่ยงมันไปทำไมกัน?
นี่ไม่มีเหตุผลสมควรแม้แต่น้อย!
ลำดับที่สามลดตัวลงมาท้าประลองลำดับที่เจ็ด ต่อให้ได้ชัยก็ไม่เป็นธรรม ไม่เป็นที่ชื่นชม ทั้งยังไม่ได้ประโยชน์อันใด
จั่วม่อรู้สึกงุนงงสงสัย มันเดินไปที่ลาน เงยหน้าขึ้นมองหนานเหมินเสวี่ยในชุดดำที่กระพือพลิ้วอยู่ในสายลม
“เจ้าจะไม่รับคำท้าของมันรึ?” เสียกงจู่เร่เข้ามาชะโงกมองด้วยใบหน้างดงามแฝงรอยซุกซน
“คนผู้นี้ใช่สมองมีปัญหาหรือไม่” จั่วม่อเขม้นมองหนานเหมินเสวี่ยที่กลางอากาศ ปากบ่นพึมพำไปด้วย “ข้าไม่เคยล่วงเกินมันเสียหน่อย… …Page 1 of 10น่าแปลกจริง ๆ!” มันนิ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นสั่นศีรษะ “ข้าจะไม่รับคำท้า”
“เจ้าไฉนไม่รับคำท้า?” เสียกงจู่ดวงตาทอแววสับสนงุนงง “หากเจ้าไม่รับคำท้า เจ้าจะเสื่อมเสียชื่อเสียง คนอยู่ในเมืองมหาสันติหากไม่รับคำท้าจะถูกผู้คนหัวร่อเยาะ”
“ข้าไม่สามารถเอาชนะมันได้ จะสู้กับมันไปหาอะไรเล่า” จั่วม่อแบสองมือ สีหน้าจนปัญญา
เสียกงจู่ตะลึงลาน ผู้ที่ยอมรับความอ่อนด้อยของตัวเองต่อ