นรับขับสู้อย่างแข็งขัน ค้อมคารวะพลางกล่าวอย่างนอบน้อม “กงจู่รอคอยใต้เท้ามาเป็นเวลานานแล้ว”
กล่าวจบคำ บ่าวรับใช้ก็ออกนำทางไปทันที
ติดตามอยู่ด้านหลังบ่าวรับใช้ จั่วม่อลอบหารือกับผูเยาและเว่ยอย่างเคร่งเครียด
“พวกเจ้ามีวิธีดีงามอันใดบ้าง?”
ผูเยาเอ่ยปากก่อนด้วยสุ้มเสียงเย็นชา “จะดีที่สุดหากเจ้าไม่ทดลองจับนางเป็นตัวประกัน ไม่ว่ายุคสมัยใด ตระกูลอานเหวยย่อมต้องจัดสุดยอดฝีมือที่ร้ายกาจยิ่งคอยเฝ้าอารักขากงจู่คนสำคัญของพวกมัน”
“เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรเล่า?” จั่วม่อถามอย่างจนปัญญา
“เจ้าต้องหาทางทำให้นางประทับใจ” เว่ยโพล่งออกมาอย่างกะทันหันPage 7 of 11
“ทำให้นางประทับใจ?” ความคิดอันแหวกแนวนี้ดูจะทำให้จั่วม่อตะลึงงันไปเลย
เว่ยยังไม่ทันจะตอบ จั่วม่อก็พบเห็นเสียกงจู่แล้ว
เห็นเสียกงจู่เอนกายอยู่บนตั่งเตียงอ่อนนุ่มด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน บนร่างนางมีเพียงอาภรณ์ไหมโปร่งบางชั้นเดียว สิ่งที่อยู่ข้างใต้แทบจะเปิดเผยลับล่อรำไร นางใช้มือซ้ายเท้าคาง องค์เอวแผ่นหลังวาดเป็นเส้นโค้งอันสมบูรณ์พร้อม บันดาลให้ผู้คนลอบกลืนน้าลายโดยไม่รู้ตัว
เสี่ยวม่อเกอผู้ไร้เดียงสาไหนเลยจะเคยพบเห็นภาพอันเย้ายวนใจเช่นนี้ ใบหน้าแดงฉานขึ้นมาทันควัน ฝีเท้าหยุดกึกลงอย่างกะทันหัน
อย่างไรก็ตาม มันรีบปลุกปลอบกำลังขวัญ พร่าบอกตัวเองในใจ
นี่คือสงคราม!
มันเงยหน้าขึ้น ดวงตาลอบกวาดมองไปทั่วห้องโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเป็นไปตามที่คาด เห็นภายในเงามืดใก