ัน
ซิ่นกงจู่ทอดตามองไปนอกหน้าต่าง จิตใจล่องลอยไปไกล
“ท่านปู่จู พวกเราจะเชื้อเชิญเซี่ยวม่อเกอด้วยหรือ?” หว่านกงจู่ทำตาโต ซักถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ถูกต้อง” จูเข่อแย้มยิ้มเล็กน้อย “คนผู้นี้มีอนาคตไร้ขีดจำกัด จะให้วางมือจากอัจฉริยะเช่นนี้ก็น่าเสียดายเกินไป ที่สำคัญ… …”
มันจู่ ๆ ก็หยุดกล่าวกลางคัน
“อ้อ” หว่านกงจู่พยักหน้ารับรู้ แต่คล้ายเข้าใจคล้ายไม่เข้าใจ นางเอียงคอถามว่า “แล้วเราเชื้อเชิญมันมาทำอะไรกัน?”
“เพียงแค่ดื่มกินก็พอ” จูเข่อกล่าวปนหัวร่อPage 4 of 11
“เสียเจี่ยเจียจะโทษว่าเราหรือไม่?” หว่านกงจู่เปรยอย่างหวาดวิตกอยู่บ้าง
จูเข่อกล่าวด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ “เสียเจี่ยเจียของท่านเป็นบุคคลอันร้ายกาจผู้หนึ่ง แต่ข้อผิดพลาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนางในคราวนี้ ก็คือมุ่งมั่นวางแผนมากเกินไป”
“วางแผน? แผนการของเสียเจี่ยเจียคือสิ่งใด?” หว่านกงจู่ถามอย่างสงสัยใคร่รู้
“เมื่อถึงเวลากงจู่ท่านก็จะได้เห็นเอง” จูเข่อวางพู่กันในมือลงหลังจากอ่านทวนเทียบเชิญอย่างละเอียดอีกครั้ง ค่อยเผยสีหน้าพึงพอใจจากนั้นมันส่งเทียบเชิญให้แก่บ่าวรับใช้ที่ยืนรออยู่ด้านข้างในขณะที่มันเขียนเทียบเชิญ บ่าวรับใช้พอได้รับเทียบเชิญ ก็จากไปทำหน้าที่ของตนทันที
เหมือนเช่นกิจวัตรของมันตามปกติ จั่วม่อพอฝึกฝีมือเสร็จสิ้น ก็ไปยังห้องของศิษย์พี่หลัวหลี ศิษย์พี่หลัวหลีบนร่างไม่มีร่องรอยของพลังชีวิตอันใด แต่ร่างกายไม่แข็งทื่อเหมือนคนตายทั่วไ