รารถนาจะบดขยี้จั่วม่อให้แหลกเละในบัดดล กระชากเสียงถามอย่างเย็นชา เต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน “ทีนี้เจ้าพึงพอใจแล้วกระมัง?”
จั่วม่อรู้สึกราวกับว่าทั่วร่างอัดแน่นไปด้วยเปลวเพลิง กระแสดุร้ายอันกล้าแข็งทะลักล้นอยู่ภายในกาย
“มาเถอะ!”
สุ้มเสียงของมันคล้ายดังแว่วออกมาจากกองไฟหนาทึบ แฝงไว้ด้วยความพลุ่งพล่านที่แทบสังเกตไม่เห็น
เสิ่นอวี้ไม่สิ้นเปลืองวาจามากความ “ไปยังพื้นที่ประลองเถอะ!”Page 7 of 11
ในฐานะที่เป็นที่พำนักของเฉิงจู่แห่งนครมหาสันติ ย่อมต้องมีลานประลองเป็นธรรมดา แม้ว่าจะไม่ใหญ่โตโอฬารเท่าสนามประลองนอกตำหนัก แต่อาคมหวงห้ามที่วางไว้ก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง
ฝ่ายหนึ่งคืออัจฉริยะเสิ่นอวี้ผู้มีชื่อเสียงมานานปี กล่าวได้ว่าเป็นยอดอัจฉริยะที่เด่นล้าที่สุดของตระกูลเสิ่นในรอบสองร้อยปีมานี้
อีกฝ่ายหนึ่งคือเซี่ยวม่อเกอ ที่จู่ๆ ก็ผุดออกมาจากที่ใดไม่ทราบก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพร จากนั้นเบียดเสียดเข้าสู่ทำเนียบปิศาจมหาสันติในรวดเดียว
ผนวกกับรางวัลอันชวนวาบหวามใจจากเสียกงจู่ การประลองนี้ย่อมต้องดึงดูดความสนใจจากทุกผู้คนในงานเลี้ยง
“ใช่สมควรห้ามปรามพวกมันหรือไม่?” บ่าวรับใช้ผู้หนึ่งถามเสียงขรึม
ซือเยวี่ยอี้แย้มยิ้มพลางโบกมือตัดบท “ไม่จำเป็น เพียงแค่ชมดูก็พอยากนักที่จะมีบรรยากาศอันเร่าร้อนถึงเพียงนี้”
ซือเยวี่ยอี้ผู้นี้ไม่เคยฝึกปรือทักษะปิศาจอันใด ใบหน้าของมันจึงมีเค้าชราภาพอย่างเต็มเปี่ยม ผมเผ้าเป็นสีขาวปนเ