วมหน้ากากที่อัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง สุ้มเสียงก็ระคายหูสุดทานทน
“ข้าชื่นชมเสียกงจู่ แม้ยามวิกาลยังอุตส่าห์เดินทางมาชมโฉมนางสักครา เจ้าเป็นตัวอะไร? ไฉนขวางทางข้า?” จั่วม่อกล่าวราวกับว่ามันยืนอยู่ข้างความถูกต้องเที่ยงธรรม แต่เมื่อกล่าวออกมาจากสารรูปน่าทุเรศของมัน กลับดูคล้ายคนวิปลาสสุดขั้วผู้หนึ่ง
“สารรูปเยี่ยงเจ้า ถึงกับบังอาจขอพบหน้าเสียกงจู่เชียวรึ!” หากมันกล่าวถึงกงจู่อีกสองนางยังพอทำเนา แต่เสิ่นอวี้เมื่อได้ยินว่าคนผู้นี้มุ่งเป้ามายังเสียกงจู่ ซึ่งเป็นสตรีที่มันหลงรัก ต้องเขม้นมองตัวประหลาดหน้ามุสิกอย่างอึดอัดขัดข้องสุดบรรยาย อดแค่นเสียงเหยียดหยามดูแคลนไม่ได้
“ข้าแม้หน้าตาอัปลักษณ์มาก แต่ข้าก็อบอุ่นอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง!”จั่วม่อกล่าวอย่างสัตย์ซื่อเที่ยงธรรม จากนั้นสุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นประหลาดพิกล “แล้วเจ้าเป็นใคร! พบไม่พบ เสียกงจู่ย่อมมีข้อตัดสินใจของตัวเองเจ้ามาขัดขวางข้าหมายความว่าอย่างไร? หรือเจ้าเกรงกลัวว่าเสียกงจู่พอพบหน้าข้าจะบังเกิดจิตปฏิพัทธ์ต่อข้า? ไฮ้ พี่น้อง เราต้องแข่งขันกันอย่างเป็นธรรม… …”
เสียงหัวร่อดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทันที มีบางคนถึงกับบีบเสียงเล็กเสียงน้อย ร้องมาว่า “พี่เสิ่น ที่มันกล่าวมาก็ไม่ผิด!”
ตระกูลเสิ่นแม้ทรงพลังอำนาจ แต่นายน้อยเหล่านี้ผู้ใดไม่มีฉากหลังอันยิ่งใหญ่? บางคนยังเป็นคู่แข่งกับเสิ่นอวี้โดยตรง เพียงแต่ไม่มีผู้ใดมีพลังฝีมือสูงส่งเท่ามัน ดังนั้นเสิ่นอ