ยจริง ๆ!
โดยไม่ต้องว่ากล่าวเป็นคำที่สอง จั่วม่อหมุนตัวเผ่นหนีไม่คิดชีวิตในทันที ยามนี้ไม่รีบหนียังจะรอถึงเมื่อใด?
“คิดหนีรึ?” เสิ่นอวี้ยิ้มเย็น ยามที่ผู้อื่นถากถางมัน มันสู้สะกดกลั้นโทสะไว้จนจะอัดอกตายอยู่แล้ว บัดนี้พบว่าอีกฝ่ายถึงกับไม่กล้าต่อสู้ พานหลบหนีเอาดื้อๆ โทสะของมันก็แทบพลุ่งพล่านทะยานฟ้าแล้ว
มันเร่งทะยานออกไปในบัดดล พลังสภาวะล้อมตรึงแนบแน่นอยู่บนร่างของจั่วม่อ
จั่วม่อกล่าวพลางหัวร่อเสียงระคายหู “เสียกงจู่ วันนี้เราคุณชายเพียงมีธุระด่วน หาได้เลิกล้มความตั้งใจไม่!”
สุ้มเสียงยังไม่ทันจะขาดหาย ร่างของมันก็ทะลวงหลุดออกจากพลังสภาวะของเสิ่นอวี้ในบัดดล ในเวลาเดียวกันเหล่ากลิ่นอายจาง ๆ ที่หลบซ่อนอยู่แต่แรก พลันเร่งเร้าพลังสภาวะขึ้นในชั่วพริบตา อากาศรอบข้างผนึกแข็งตัว กล้าแข็งปานกำแพงเหล็ก!
จั่วม่อเตรียมการอยู่แต่แรก ทันใดนั้นเร่งเร้าพลังทั่วร่าง ผนึกรวมรั้งด้วยเศษเสี้ยวพลังเทพสายหนึ่ง ดวงตาสาดประกายสีทองวูบ คนคล้ายค้อนเหล็กทลายน้าแข็ง หวดฟาดใส่ม่านพลังแข็งกล้าดุจเหล็กที่กลางอากาศเบื้องหน้าอย่างหักโหม!
ปัง!
เสียงระเบิดดังเสียดหู!
กำแพงอากาศรอบกายจั่วม่อแตกระเบิดในคราวเดียว ท่ามกลางเมฆหมอกหนาทึบ คล้ายเห็นร่างหนึ่งวาบผ่านไป
เสิ่นอวี้สีหน้าแปรเปลี่ยนกลับกลาย หมัดขวาต่อยใส่อากาศว่างเปล่าม่านหมอกสลายหายไป ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือแม้แต่เงา
เมื่อกลับไปยังเคหะสถาน จั่วม่ออารมณ์ไม่สู้ดีนัก โดยเ