มีเวลาให้ขบคิดใคร่ครวญสิ่งใดอีก เนื่องเพราะกลิ่นอายเหล่านั้นจับนิ่งอยู่ที่ตัวมันตลอดเวลา
ค่าคืนนี้ อีกฝ่ายดูท่าไม่อนุญาตให้มันจากไปโดยง่ายดาย
การต่อสู้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ดังนั้นเมื่อมันพบว่าเสิ่นอวี้ลดพลังสภาวะลงเพียงเพราะวาจาไร้แก่นสารนั้น อดไม่ได้ต้องแย้มยิ้มเย็นชาอยู่หลังหน้ากาก!
แต่ในไม่ช้า จั่วม่อรอยยิ้มพลันแข็งค้าง แย้มยิ้มไม่ออกอีกต่อไป เนื่องเพราะ… มันไม่รู้ว่าจะใช้กระบวนท่าอันใดออกไป!
ซึ่งความจริงทั้งหมัดคลื่นสวรรค์กระจกฟ้าและหมัดเพลิงแกนฟ้าลำดับที่หนึ่ง ล้วนเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งต่อสถานการณ์เบื้องหน้า รับรองว่าต้องต่อยจนอีกฝ่ายใบหน้าเปลี่ยนสี! แต่หากมันใช้กระบวนท่าเหล่านี้เท่ากับป่าวประกาศไปทั่วนครมหาสันติว่าเซี่ยวม่อเกอมาแล้ว
หรือว่ามันควรใช้ศาสตร์อสูร? มันสามารถใช้ศาสตร์บำบวงแดนร้างกาลสมัยอันเป็นศาสตร์อสูรขั้นสุดยอดของมัน แต่มันจดจำได้ว่าในการต่อสู้กับเหมียวจุน มันเคยใช้ศาสตร์อสูรน้อยออกมาครั้งหนึ่ง จั่วม่อพลันสำนึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง! มีปิศาจไม่มากนักที่สามารถใช้ศาสตร์อสูร มันยังคงไม่พ้นจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัย
พลังปราณ… …หรือจะให้มันใช้เคล็ดกระบี่เพลิงธารา?
พลังเทพ… …มันไม่ใช่อากุ่ยหรือเขิงเหลียนเอ๋อร์!
จั่วม่อค้นพบด้วยความเดือดดาลและหดหู่ใจ มันถึงกับไม่มีกระบวนท่าใดที่จะใช้ต่อสู้กับผู้คน
อย่างที่คิดเลยเชียว มันไม่เหมาะกับการย่องเบายามค่าคืน ช่างอ่อนด้อยไร้ประสบการณ์เสี