ไล่ล่าไขว่คว้าหาความแข็งแกร่งอยู่ตลอดเวลา” เหมียวจุนสีหน้ากลับเป็นเคร่งขรึมจริงจัง “เจ้าเองก็เป็นแม่ทัพบัญชาการศึก สมควรทราบกระจ่างว่าคิดสร้างกองทัพเช่นนี้ เป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญถึงเพียงไหน ทั้งยังสมควรทราบว่ากองทัพเช่นนี้ น่าประหวั่นพรั่นพรึงปานใด!”
ถังเฟยไตร่ตรองวาจาของเหมียวจุนทุกคำ
“เจ้าไม่อาจมองผู้คนแต่เพียงภายนอก” เหมียวจุนกล่าววาจาแฝงความนัย
“ฮ่าฮ่า! เจ้าได้ยินมาหรือไม่? ต่อหน้าขบวนค่ายกลของพวกเรา แม้แต่เทียนหวนยังถูกถล่มจนวิ่งแจ้น เทียนหวนแล้วเป็นไร? คิดประชันขันแข่งกับค่ายจินวูเราในเรื่องค่ายกลหรือ? พวกมันใช่รำคาญในการมีชีวิตสืบต่อไปแล้วกระมัง!”
“ชิ แค่เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็ดีอกดีใจแล้ว? ช่างใช้การไม่ได้จริง ๆ!น่าเสียดายที่กองทัพอสูรไม่ยอมบุกเข้ามาด้วย ข้าอยากชมดูว่าค่ายกลที่ข้าตั้งจะมีพลังสักเท่าใด”
“ระยะนี้ข้าไม่เคยรู้สึกสบายอกสบายใจเท่านี้มาก่อนเลยจริง ๆ! ไม่รู้ว่าตอนนี้ต้าเหรินกำลังทำอะไรอยู่?”
เมื่อไม่นานมานี้ จำนวนปิศาจที่เข้ารับการสลักแผนผังค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อย ๆ นอกจากเรื่องว่าจำต้องมีสายเลือดที่เข้ากันได้และระดับความเข้มข้นของสายเลือดที่สูงพอแล้ว ยังติดปัญหาเรื่องความจงรักภักดีอีกด้วย สือตงเพิ่งจะยึดครองอาณาจักรป่าเถื่อนน้อยได้ไม่นาน การปกครองของมันยังไม่มั่นคงนัก
“ต้าเหรินแข็งแกร่งมาก ต้องไม่มีปัญหาอันใดอยู่แล้ว! ซู่หลงกับพวกก็เข้าถึงตัวต้าเหรินแล้ว พวกม