ฏกายขึ้นบนท้องฟ้า เมื่อนางเหินทะยานสูงขึ้นไป แล้วมองตรงไปทางป่าศิลาทักษะปิศาจ พลันตกตะลึงพรึงเพริด ตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้นเอง
ภายใต้ม่านรัตติกาลอันลี้ลับ บรรดาหลักศิลาที่พุ่งตระหง่านทะยานฟ้าดูคล้ายเก่าแก่โบราณกว่าเดิม ประหนึ่งรูปสลักหินที่ยืนเฝ้าระวังในความมืดมน เรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับป่าอันแน่นขนัดผืนหนึ่ง
แต่ในเวลานี้ ป่าศิลาสีดำกำลังปลดปล่อยรังสีอ่อนจางประดุจทะเลแห่งแสงผืนหนึ่ง
เป็นทะเลแห่งแสงที่บัดเดี๋ยวสว่างวาบ บัดเดี๋ยวมืดมัว ดุจกำลังหายใจ
ปิศาจมากมายเหินทะยานตรงไปยังป่าศิลา ล้วนลิงโลดแทบคลุ้มคลั่งทุกใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี ตื่นตะลึงและหวาดกลัวอยู่บ้าง เป็นเวลาหลายปีแล้ว นครมหาสันติไม่เคยบังเกิดเหตุการณ์อันแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน
เขิงเหลียนเอ๋อร์ดุจถูกสายฟ้าฟาดใส่ร่างอย่างฉับพลัน นางหันขวับไปยังห้องด้านล่าง…
…ภายในห้องที่นางเพิ่งจากมา จังหวะการหายใจของชั้นแสงประกายบนร่างจั่วม่อ เป็นจังหวะการหายใจเดียวกับกันป่าศิลาไม่มีผิดเพี้ยน!
“ในที่สุดพวกเราก็มาถึงนครมหาสันติเสียที” เสียกงจู่กล่าวพลางบิดกายอย่างเกียจคร้าน ผ้าไหมชั้นเลิศอันเบาบางแทบไม่อาจปิดบังเรือนร่างงามพิลาสที่เย้ายวนใจของนางได้ อวดส่วนโค้งส่วนเว้าอันโดดเด่นสะดุดตาใบหน้าทอแววเกียจคร้านที่แฝงไว้ด้วยมนต์เสน่ห์ สามารถทำให้บุรุษทุกรูปทุกนามต้องกลืนน้าลายโดยไม่รู้ตัว
ซิ่นกงจู่แย้มยิ้มเล็กน้อย นางเคยชินกับภาพเบื้อ