ันโหดร้ายนี้ได้มันเฝ้ารอปฏิกิริยาตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างเงียบ ๆ เงียบกริบเหมือนคนตาย
ชั่วอึดใจให้หลัง เปี๋ยหานค่อยเอ่ยปากเสียงเย็นชา “อา เช่นนั้นเราก็คิดหาหนทางอื่นเถอะ”
สุ้มเสียงของเตี้ยนเซี่ยยังคงสงบราบเรียบเฉกเช่นปกติ แต่ฟู่ฟงไหนเลยไม่ทราบว่าเรื่องนี้โหดร้ายต่อเตี้ยนเซี่ยของมันถึงเพียงไหน! มันรู้สึกเศร้าเสียใจเกินจะทน หากนายหญิงยังมีชีวิตอยู่ ใครหน้าไหนจะกล้าดูหมิ่นเหยียดหยามเตี้ยนเซี่ยของมันถึงเพียงนี้!
นายเหนือหัวเผชิญความอัปยศ บ่าวเฒ่าก็สมควรตายด้วยความจงรักนึกถึงความอัปยศและความเจ็บปวดที่เตี้ยนเซี่ยของมันได้รับ ฟู่ฟงหัวใจเหมือนถูกมีดกรีดซ้า ๆ
เปี๋ยหานพลันกล่าวว่า “ท่านอาฟู่ อย่าได้กังวลใจไปแล้ว เพียงปัญหาเล็กน้อยเท่านี้ไม่นับเป็นอะไรได้ มาดูการประลองกันก่อนดีกว่า”
สุ้มเสียงปลอบโยนนี้ยังเต็มไปด้วยความไม่แยแสเช่นเคย แต่ฟู่ฟงสามารถจับเค้าวิตกกังวลในน้าเสียงของเตี้ยนเซี่ยได้ ในใจมันยิ่งตื้อตันมากกว่าเดิม แต่มันไม่กล่าววาจามากความ เพียงลอบตั้งใจว่าจะต้องหาหนทางช่วยเหลือให้ความปรารถนาของเตี้ยนเซี่ยเป็นจริงให้จงได้
ฟู่ฟงขณะที่ครุ่นคิดเช่นนี้ สายตาก็มองลงไปยังลานประลองโดยไม่ได้ตั้งใจ
ทันใดนั้นมันชะงักกึก
ไม่ทราบเพราะเหตุใด มันรู้สึกคล้ายรู้จักบุรุษหนุ่มในลานประลองผู้นั้น
แต่เมื่อเพ่งมองใบหน้านั้นอย่างถี่ถ้วน มันกลับพบว่านี่เป็นใบหน้าที่แปลกตาเป็นอย่างยิ่ง มันไม่เคยพบเห็นมาก่อนอย่างแน