วาดกลัวของเหล่าคนในตระกูลทะลวงลึกเข้าไปในใจมัน อาซาเก๋อเจ็บปวดใจสุดทานทน
ขณะที่ความหวังเสี้ยวสุดท้ายกำลังจะเลือนหายไป มันจู่ ๆ ฉุกคิดถึงคนผู้หนึ่ง!
ความคิดอันอุกอาจและบ้าบิ่นพลันผุดขึ้นในใจ
เวลาอันกระชั้นสั้นไม่อนุญาตให้มันขบคิดใคร่ครวญอีก มันไม่ต่างจากคนที่กำลังจะจมน้า ตะเกียกตะกายคว้าฟางช่วยชีวิตเส้นสุดท้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย!
มันไม่ลังเลใจอีก หมุนตัวพุ่งทะยานเข้าไปในรอยแยกแห่งความโกลาหลอย่างไม่คิดชีวิต!
กงซุนชาเห็นอาซาเก๋อเพิ่งจากไปไม่นานก็หวนกลับมาอีก รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง มันแม้เพิ่งเคยพบปะสนทนากับอาซาเก๋อไม่กี่ครั้ง แต่ยังมีความเข้าใจกับนิสัยใจคอของอีกฝ่ายไม่น้อย คนผู้นี้แน่วแน่เด็ดเดี่ยวคนเช่นนี้ยากจะโยกคลอนได้
อาซาเก๋อเมื่อพบเห็นแม่นางน้อย ใบหน้าพลันทอแววขัดแย้งอย่างรุนแรง แต่ท้ายที่สุดมันยังคงกัดฟัน คุกเข่าลงเสียงดังสนั่น “ตระกูลซิงหลัวของข้า ยินดีสวามิภักดิ์ภายใต้องค์ราชัน!”
ถ้อยคำของอาซาเก๋อเรียกได้ว่าแยบยลยิ่ง ผู้ที่มันสวามิภักดิ์มิใช่กงซุนชา แต่ยอมตนเป็นข้ารับใช้ขององค์ราชัน ด้วยวิธีนี้ย่อมไม่มีผู้ใดสามารถกล่าวอันใดได้
กงซุนชางงงันวูบ อาซาเก๋อมาอย่างกะทันหันเกินไป มันจึงไม่เชื่อว่าพลังอันกล้าแกร่งที่สำแดงให้ชมดูเมื่อครู่ จะสามารถโยกคลอนผู้อื่นจนยอมสวามิภักดิ์ อีกทั้งมันย่อมสังเกตเห็นความหมายของประโยค ‘ยินดีสวามิภักดิ์ภายใต้องค์ราชัน’ แต่มันไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย สิ่งที่มั