ล้วกล่าว “เท่าที่ข้าพบปะสนทนากับพวกมัน พวกมันแตกต่างจากสี่มหาอำนาจอย่างชัดเจน ทั้งยังดูไม่มีอคติกับเผ่าปิศาจเหมือนซิวเจ่อทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้น พวกมันมีขุมกำลังไม่มากนัก กว่าจะสามารถสร้างความมั่นคงในอาณาจักรยุ้งฉางกลางได้
?” บุรุษร่างยักษ์สีหน้าคลายใจลง
“เป็นพันธมิตร!” อาซาเก๋อตอบอย่างรวบรัดชัดเจน “หากต้องมีแม่ทัพบัญชาการศึกที่ร้ายกาจเช่นนี้เป็นศัตรู คงน่าประหวั่นพรั่นพรึงเกินไปหาทางเป็นสหายจะดีกว่ามาก ต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนบ้างก็นับว่าคู่ควร”
“อา หากมันร้ายกาจเท่าที่เจ้าว่ามา นี่เป็นหนทางที่ถูกต้อง” บุรุษร่างยักษ์ไม่เห็นค้าน
“แล้วความคืบหน้าทางด้านของปี้ซานเป็นอย่างไรบ้างอาซาเก๋อย้อนถามบ้าง
“ไม่ค่อยราบรื่นนัก” บุรุษร่างยักษ์สั่นศีรษะ สีหน้าวิตกกังวล “พวกมันพบปัญหายุ่งยาก กงเหยี่ยเสี่ยวหรง2แห่งเทียนหวนแม้ไม่มีชื่อเสียงเทียบเท่าเจียงเจ๋อ แต่มันเพียงขาดชัยชนะในศึกใหญ่ที่จะช่วยหนุนส่งเท่านั้น เกรงว่าระดับฝีมือหาได้อ่อนด้อยกว่าเจียงเจ๋อไม่ ปี้ซานประสบความปราชัยสองรอบแล้ว เคราะห์ดีที่ยังไม่สูญเสียหนักหนาสาหัสนัก ปี้ซานกำลังวางแผนจะจับมือเป็นพันธมิตรกับกองทัพอสูรในบริเวณนั้น หากทว่าแม่ทัพบัญชาการกองทัพอสูรกองนั้นยังเยาว์วัยนัก มิหนำซ้ายังเป็นสตรีนางหนึ่ง!”2 กงเหยี่ยเป็นแซ่สองตัว หรงคำนี้แปลว่าให้อภัย
“สตรี?”
อาซาเก๋อพอฟังพลอยห่วงกังวลไป แต่ยังคงปลอบโยนอีกฝ่าย“ตระกูลไม้วังทะเลสาบเป็นตระกู