ลใหญ่ที่โด่งดัง หากพวกมันกล้าส่งเด็กหญิงนางหนึ่งมารับศึก นางก็ต้องมีบางอย่างที่ไม่รวบรัดธรรมดา”
“ข้าก็หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น!” บุรุษร่างยักษ์ฝืนยิ้มขมขื่น แล้วพลันหันเหหัวเรื่อง “เจ้ามีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์เบื้องหน้า?”
อาซาเก๋อแย้มยิ้ม ดวงตาทอประกายลึกล้าสุดหยั่ง “หากกล่าวอย่างรวบรัด ยุคใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว”
“หมายความว่าอย่างไร?”
?”
“นับแต่นี้ไป การติดต่อสื่อสารระหว่างซิวเจ่อและอสูรปิศาจมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ การผสมกลมกลืนไม่มีผู้ใดสามารถขวางรั้งได้ รอยแยกแห่งความโกลาหลปรากฏขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน ผู้ใดสามารถตามปิดผนึกพวกมันทั้งหมดได้? วังวนนี้มีแต่นับวันจะยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใครหนีพ้น แน่นอนว่ายามนี้ต่างฝ่ายต่างต่อสู้ฆ่าฟันกัน แต่จะต้องมีวันที่ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยกับการทำศึกสงครามที่ไม่รู้จักจบสิ้น ถึงตอนนั้นทุกฝ่ายย่อมต้องหันหน้าเข้าหากันตามธรรมชาติ” อาซาเก๋อกล่าวปนหัวร่อเบา ๆ
บุรุษร่างใหญ่พบว่าวาจาของอาซาเก๋อช่างยากจะยอมรับได้ มันเพียงสั่นศีรษะอย่างไม่เห็นด้วย พลางกล่าวอย่างยิ้มแย้ม “แนวคิดของเจ้ามักแตกต่างจากผู้อื่นเสมอ”
“เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ทุกอย่างเอง” อาซาเก๋อกล่าวพลางยักคิ้วให้
ฟองน้า ซึมซับวิชาความรู้ในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกอย่างบ้าคลั่ง ใช้เวลาแทบทั้งหมดไปกับการฝึกฝนค่ายเสวียนอู่
ความแข็งแกร่งของค่ายเสวียนอู่เพิ่มพูนขึ้นอย่างต่อเนื่อง เกาะเต่าเมื่